หนีร้อน ไปนอนทะเล

IMG_20160410_070714

ทั้งๆ ที่ผมสัญญากับตัวเองไว้ตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วว่า ช่วงสงกรานต์จะไม่ยอมไปเที่ยวทะเลอีก หลังจากที่ผมต้องไปเผชิญวิบากกรรมทั้งที่กิน ทั้งที่นอน ที่ระยอง ทำให้ผมเข็ดขยาดกับการไปเที่ยวทะเลในช่วงสงกรานต์แบบไม่เอาอีกแล้วชีวิตนี้ แต่ครั้งนี้ผมก็อดสงสารผู้คนในครอบครัวไม่ได้ ทำให้ผมต้องฉีกสัญญาที่ทำไว้กับตัวเอง เดินทางไปเที่ยวทะเลในช่วงวันหยุดยาวของสงกรานต์อีกครั้ง แล้วคิดเอาเถอะครับว่าจะเจออะไร

เรื่องมันเริ่มต้นจากผมได้รับข้อความจากน้องสาวในไลน์กลุ่มของครอบครัว ถามว่าใครจะไปเที่ยวสัตหีบบ้าง จะจองห้องพัก ผมค่อนข้างจะงง เพราะมันกับน้องชายผมเพิ่งจะกลับมาจากเที่ยวฮ่องกงกันได้สัปดาห์เดียว จะเที่ยวอะไรนักหนา ผมว่าคงไม่ใช่ผมคนเดียวที่งง เพราะไลน์ตระกูลมันนิ่งสนิทไปแบบกระทันหัน ทุกคนคงจะอึ้ง เลยยังไม่ตอบอะไรกัน

แต่สำหรับผมที่ไม่ตอบ มันคงเป็นเรื่องปกติ เพราะครั้งสุดท้ายที่ไปเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว ก็ที่ไประยองที่ผมเล่าไว้แต่แรกนั่นแหละครับ หลังจากนั้นผมก็ไม่มีโอกาสไปเที่ยวพักผ่อน ใช้เวลากับครอบครัว กับพี่น้องอีกเลย ไม่ว่างานไหนถ้าไม่ปฏิเสธ ก็ไม่ตอบ ไม่ไปมันดื้อๆ จนทุกคนเลิกหวังว่าผมจะไปด้วยอีกแล้ว

แต่ครั้งนี้อาจเป็นเพราะผมเริ่มแก่มากแล้ว น้องๆ ก็แก่กันหมดแล้ว น้าสาวผมก็ไม่รู้จะไปไหวอีกกี่ครั้ง ลูกๆ ก็จะได้ไปด้วย ถึงจะไม่ครบทุกคนก็ตาม ทำให้ผมตอบตกลงว่าจะไปกับเขาด้วย

เพราะปกติไม่เคยไป แต่ครั้งนี้ดันทะลึ่งจะไป ปัญหาเลยงอกตั้งแต่การเดินทางเลยล่ะครับ เริ่มจากคิดกันว่าให้ทุกคนขับรถไปกันเอง ก็เริ่มมีปัญหาที่บางคนไปไม่ถูก ผมก็มีข้อจำกัดที่ขับรถกลางคืนไม่ไหวแล้ว น้องชายผมก็รู้สึกเหนื่อยที่ต้องมาขับรถในวันหยุด น้องสาวผมเริ่มวางแผนให้ลูกผมขับรถไปบ้านน้องชายผม เพื่อให้น้องชายผมขับรถต่อไปยังบ้านน้องสาวผม เพราะลูกผมขับรถไปบ้านน้องสาวผมไม่ถูก จากนั้นก็จะไปขึ้นรถน้องสาวผมไปสัตหีบกัน ส่วนน้องชายคนเล็กผมก็ต้องขับรถพาน้าสาวผมกับหลานๆของผมก็คือลูกๆของมันไป ลูกสาวคนโตผมต้องไปหาหมอก่อนเพราะมีนัด แล้วค่อยนั่งรถตู้ตามไป ส่วนผมก็พาไอ้ตัวเล็กกับแม่ของมันขับรถร่วมหกชั่วโมงไปเอง

วุ่นวายดีไหมครับตระกูลนี้ แค่ฟังแผนมันผมก็มึนแล้ว นี่ยังไม่คิดถึงขากลับเลย ว่ามันจะเดินหมากกี่ชิ่ง ถึงจะกลับได้ถึงบ้าน
หลังจากถกเถียงกันมาสองวัน ในที่สุดน้าสาวผมก็สรุปเองเลยว่า เช่ารถตู้ไปหนึ่งคัน น้องสาวผมจะขับรถไปเอง ก็เอารถยนต์ไปอีกคัน
จบเรื่อง ซูสีไทเฮาสั่ง ใครจะกล้าขัดราชโองการ

แต่ยังครับยังไม่จบแค่นั้น หมดจากเรื่องรถ ก็มาถึงที่พัก ก็พยายามจองมันจนได้ แม้ห้องพักมันจะได้คนละที่แต่อยู่ในบริเวณเดียวกัน แค่นั้นก็เอาแล้ว เรื่องที่พักนี่ผมก็รู้สึกหวั่นไหวอยู่สักหน่อย เพราะอดคิดถึงเมื่อคราวไประยองครั้งที่แล้ว ที่ทำเอาผมเข็ดมาเป็นสิบปีไม่ได้ ก็ได้แต่หวังว่าคราวนี้คงไม่เป็นอย่างนั้นอีก

จนถึงวันเดินทาง ผมหอบกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นรถตู้โดยสารจากต่างจังหวัดเข้ากรุง เพื่อมาขึ้นรถตู้ที่เช่าไว้อีกที แค่รถออกจากบ้านเริ่มเดินทาง เราทุกคนดีใจที่คิดถูก เช่ารถไป เพราะมันติดจริงๆ จะติดเอาสถิติไปลงกินเนสบุ้ครึไงไม่รู้ แต่ที่รู้คือผมหลับ จะติดนานแค่ไหนก็เชิญเลย

IMG_20160410_110550

หลังจากแวะกินข้าวที่ชลบุรี กับแวะซื้อกล้วยแขก ข้าวเม่าทอดข้างถนนที่สัตหีบแล้ว รถตู้ก็พาเรามาถึง หาดนางรำ ที่สัตหีบ พวกเรามาถึงประมาณบ่ายสามโมงเห็นจะได้ คนมาเที่ยวเยอะมากจนแทบไม่มีที่จอดรถ จากนั้นก็ช่วยกันขนข้าวของ ที่ดูราวจะมาพักสักเดือนหนึ่งมากกว่าคืนเดียวแยกย้ายกันเข้าที่พัก และเพราะผมมาบอกหลังชาวบ้านเขา ห้องพักที่จองให้ผมได้เป็นห้องแบบเรือนแถว ซึ่งผมไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ แม้ว่าห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำรวม ที่อยู่แยกไปจากอาคารที่ผมพักก็เถอะครับ มันให้ความรู้สึกเหมือนกลับไปเข้าค่ายดีจริงๆ

IMG_20160409_160156

พอจัดเก็บข้าวของเข้าห้องเสร็จ ก็ไปรวมกันที่บ้านใหญ่ริมทะเลที่เช่าไว้ รอให้แดดมันร่มสักหน่อย จะได้ให้เด็กๆ ลงไปเล่นน้ำ หน้านี้แดดก็ดีจริงๆ ครับ กว่าจะเบาแสงลงก็เกินห้าโมงครึ่งเย็นเข้าไปแล้ว ครั้งนี้ผมก็ตั้งใจจะไปเล่นน้ำกับเด็กๆ สักหน่อย แต่ก็กำลังคุยกับน้องชายที่ไม่ค่อยได้เจอกันอยู่ เลยยังไม่ได้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

พอหกโมงเย็น ผมกำลังจะลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อมาลงเล่นน้ำกับเขาบ้างก็ได้ยินเสียง

“ปรี๊ด… ปร๊ด… ขึ้นได้แล้วครับ” ทหารนายหนึ่งเดินเป่านกหวีดไปตามชายหาด เรียกคนให้ขึ้นจากน้ำ

หาดปิดหกโมงเย็น…

น้องสาวมันไม่บอกผมสักคำ นี่ถ้าผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วกว่านี้สักนิด ลงไปเอาตูดแช่น้ำ แล้วโดนเรียกขึ้นเลย ได้มีเคืองกันบ้างล่ะครับ

ก็เอาเถอะครับ ถึงจะไม่ได้เล่นน้ำกับเขา แต่ก็ยังได้มานั่งรับลมทะเล แก้ร้อนกับเขาบ้าง
ปีนี้ได้ไปเที่ยวไหนๆ กับเขาบ้าง ได้ไปเที่ยวกับครอบครัวกับเขาบ้าง
ถึงหลายๆ อย่างมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวัง หลายอย่างไม่เป็นไปอย่างที่เราอยากให้มันเป็น
แต่ถ้าเราปรับใจให้ยอมรับมันได้ มองมันในด้านที่ดี ชีวิตเราก็พอมีความสุขได้บ้างนะครับ

12963406_1210967538915274_5814951947892574421_n

และสุดท้ายขอบใจน้องสาวน้องชายที่น่ารัก ที่บริการพี่ชายด้วยดี ทำให้ครอบครัวเรามีวันเวลาดีๆ ร่วมกันอีกครั้ง

Advertisements

แก่หรือท้อ

wanaka-fog_93384_990x742

ปีนี้ดูท่าว่าผมจะแก่ไปมาก แต่ละวันที่เลิกงานกลับมา รู้สึกว่าเหนื่อยมากจริงๆ ผมพยายามจะโยนความผิดให้กับความแก่ เพราะไม่อยากยอมรับว่าความท้อเริ่มขยายตัวขึ้นทุกวัน แต่ละวันเริ่ม ทำงานไม่สนุกเหมือนเดิม อาจเป็นเพราะปัญหาที่มากขึ้น หรือเพราะไม่ว่าจะพยายามเท่าไร มันก็ยังคงวนเวียนอยู่กับที่เหมือนเดิม อันนี้ก็ไม่รู้

แต่ที่แน่ๆ ปีนี้สังขารมันร่วงโรยไปมาก จนตัวเองยังแอบตกใจ สายตา กำลัง แม่แต่ความคิด มันเริ่มเสื่อมสภาพมากจนน่ากลัว เมื่อห้าหกปีก่อน ผมนั่งเขียนบล็อกได้ทุกวัน มีเรื่องที่ขบคิดในแง่มุมต่างๆมากมาย แต่วันนี้ แค่สัปดาห์ละเรื่องยังเขียนไม่ได้ เรื่องราวต่างๆ มองก็แค่เห็น มันไม่มีแง่มุมอะไรที่เก็บมาคิดเหมือนเมื่อก่อน เริ่มเป็นคนแก่ที่ไม่ค่อยจะมีความคิดไปเสียแล้ว

ชีวิตผมพยายามไม่ตั้งความหวังอะไร เพราะถ้าเราหวัง ก็มีโอกาสผิดหวัง แล้วก็เกิดทุกข์ แต่ชีวิตจริงของปุถุชนคนที่ยังมีกิเลสอย่างผม ไม่มีทางที่จะไม่ตั้งความหวังอะไรเสียเลย หลายเรื่องที่ตั้งความหวังก็แค่เรื่องพื้นๆ ที่ไม่น่าจะมีใครตั้งความหวังเสียด้วยซ้ำ ขนาดนี้ยังมีเรื่องราวให้หลายอย่างไม่เป็นไปตามที่คิด สิ่งที่ตามมาก็คือ ผิดหวัง เกิดทุกข์ พอหลายๆเรื่องเข้า ก็เริ่มท้อ พาลหมดแรงใจแรงกายไปเสียดื้อๆ

ไม่ว่าที่เกิดขึ้นจะเป็นเพราะความแก่หรือเพราะใจเริ่มท้อก็ตามที มันเป็นสัญญาณที่ไม่ดีสักเท่าไร ถ้าคนเราไม่มีแรงจะยืน จะสู้ ชีวิตจะดำเนินต่อไปได้อย่างไร แล้วคนที่ต้องพึ่งพาเรา พวกเขาจะทำอย่างไร

เอาเถอะครับ ไม่ว่าจะแก่หรือจะท้อ ก็คงยอมให้เป็นได้ตามธรรมชาติ แต่สิ่งที่ยอมไม่ได้คือการการยอมแพ้ เพราะนั่นหมายถึงอีกหลายคนที่ผมรักต้องลำบาก ฉะนั้นไม่ว่าจะแก่หรือจะท้อ ยังไงก็ขอลุยต่อจนกว่าจะยืนไม่ไหวก็แล้วกันครับ

ดูหนังก่อนนอน

4006448762568_B5

เกือบสองเดือนแล้ว ที่ผมเปลี่ยนจากการดูหนังก่อนนอน มาเป็นดูสารคดีก่อนนอน ที่ผมเปลี่ยนก็เพราะเริ่มไม่มีหนังจะดูแล้ว ก็อย่างที่เคยเล่าให้ฟังมาหลายครั้งมากแล้วว่า บ้านผมไม่มีเสาอากาศ ไม่มีจาน ไม่มีอะไรที่จะรับโทรทัศน์ปกติได้แบบชาวบ้านเขา ผมก็เลยดูหนังเป็นเรื่องๆ ก่อนนอนอย่างเดียว

ผมใช้ชีวิตแบบไม่ดูโทรทัศน์มาเป็นเวลามากกว่าสิบปีแล้ว จึงไม่รู้จักละคร ดารา รายการต่างๆ ที่คนส่วนใหญ่ในประเทศเขารู้จักกัน ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะผมต่อต้านสังคมหรือบ้าบออะไรแบบนั้นนะครับ เหตุเป็นเพราะที่บ้านผมไม่มีเสาอากาศ เคยคิดจะติด ก็เจอปัญหาไม่มีเงินบ้าง ไม่มีคนติดตั้งบ้าง กลัวฟ้าลงบ้าง

จนจานดาวเทียมมีราคาถูกลงมาก เวลาผมผ่านแคมป์คนงานพม่า เขมร เห็นเพิงสังกะสีปลูกยาวอยู่ข้างทาง บนหลังคามีจานดาวเทียมเป็นสิบๆ จาน ผมก็เริ่มคิดว่า ควรจะได้เวลาติดจานกับเขาบ้าง คิดมาห้าสิบกว่ารอบแล้วครับ ก็กลับไปจบแบบเดียวกับเสาอากาศตรงที่ ไม่มีเงินบ้าง ไม่มีคนติดบ้าง แต่ที่สำคัญที่สุด ติดแล้วจะได้ดูตอนไหน วันๆ เปิดทีวีกับเขาก็แค่ก่อนนอน สองชั่วโมงยังไม่ถึงเลย คิดไปคิดมาดูจะไม่คุ้ม เลยรีๆรอๆ ไม่มีรายการโทรทัศน์แบบปกติมนุษย์ดูกับเขามาจนถึงทุกวันนี้

ดังนั้นช่วงสิบปีที่ผ่านมา ตาแก่คนนี้เลยดูหนังเป็นเรื่องๆ เป็นหลัก แรกๆ ก็ดูแต่หนังฝรั่งดังๆ หนังดี เกรดเอ ดูไปดูมา เริ่มเพิ่มหนังจีน ขยับมาหนังไทย สุดท้ายไปถึงหนังแขก จากเกรดเอ ก็เริ่มถอยมาจนจะถึงแซดอยู่แล้ว จากหนังเป็นเรื่อง ก็เปลี่ยนไปเป็นซีรีส์ฝรั่ง ไทย จีน ญี่ปุ่น จนหลังๆนี่การ์ตูนยังเอามาดูเลยครับ

เอาเป็นว่า ผมดูหนังมาถึงตอนนี้เกือบ 3000 เรื่องเข้าไปแล้ว ไม่รวมซีรี่ส์ การ์ตูน รายการอย่างทีวีแชมเปี้ยน ถึงขนาดทำบล็อกไว้เก็บรายชื่อหนังที่ดูไปแล้ว มันจำไม่หมดแล้วครับ แผ่นดีวีดีที่นอนเน่าอยู่ก็เป็นพันๆ แผ่น ตอนนี้ก็ดูได้บ้าง ไม่ได้บ้างแล้ว

มันเลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผมเริ่มหันมาดูสารคดีบ้าง ก็พอเปิดหนังดูไปหน่อยนึง มันก็เดาเรื่องได้จะหมดแล้ว คนเขียนเรื่องมันก็ไม่รู้จะหาพล็อตอะไรมาหลอกผมแล้วล่ะครับ

การดูหนังก่อนนอน มันเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่งของคนอย่างผม ที่ไม่มีปัญญาและไม่มีเงินไปเที่ยวพักผ่อน หรือทำกิจกรรมแบบคนอื่นๆเขา การนั่งดูการแสดงที่สะท้อนตัวตนของมนุษย์บนโลกใบนี้ การได้ยินวิธีคิด และคำพูดที่สะกิดให้เราได้คิด มันสอนเรื่องราวอีกแบบที่เรามองไม่เคยเห็น ผมถึงชอบการผ่อนคลายก่อนนอนด้วยวิธีนี้ทุกวัน

ถึงส่วนใหญ่หลังจากสิบห้านาทีไปแล้ว หนังมันจะเป็นฝ่ายดูผมก็เถอะครับ

สวัสดีปีใหม่ 2559 ครับ

665812-topic-ix-32 

สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ผมตื่นขึ้นมาเช้านี้อย่างมีความสุข ถึงเมื่อคืนที่ผ่านมาจะนั่งด่า นอนด่า ชาวบ้านผ่านโซเชียลกันแบบที่เรียกได้ว่า ด่าข้ามปี ก็ตามทีเถอะครับ แต่เช้านี้ผมก็สดใส สดชื่นมีความสุขดี อาจเพราะอากาศวันนี้เย็นสบายกำลังดีด้วยกระมังครับ

เช้านี้ผมไม่ได้ไปใส่บาตรปีใหม่ ทั้งๆที่ตั้งใจแต่แรกว่าจะไป เพราะเมื่อวานหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมานับแล้ว มีเงินไม่พอจะไปซื้อของทำบุญ ขืนไปทำบุญก็คงได้อดข้าวกันแน่ ก็เลยเอาไว้โอกาสหน้า มีเวลา มีสตางค์ค่อยไปทำ วันนี้คนคงใส่บาตรเยอะแล้ว พระท่านมีฉันเหลือเฟือ แต่ถ้าผมไปใส่ ไอ้ที่อดจะกลายเป็นผมน่ะสิครับ

ตื่นเช้าปีใหม่มา ออกจากที่นอนมาได้ก็มาไหว้รูปคุณแม่ที่แขวนไว้ข้างฝา ปีใหม่ได้ไหว้พระอรหันต์ของลูก แค่นี้ก็เป็นมงคลกว่าเดินสายทำบุญ 99 วัดเสียอีก ถึงท่านจะไม่อยู่ให้กราบไหว้แล้วก็ตามที

ขึ้นปีใหม่ทุกปี ผมก็ทำเหมือนคนทั้งประเทศ คือบอกกับตัวเองว่าปีนี้จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ จะปรับเปลี่ยนไอ้นั่นไอ้นี่ และก็เหลวทุกเรื่องถึงสิ้นปี ปีหน้าก็ว่ากันใหม่ เอาไอ้เรื่องเดิมออกมาตั้งใจอีก แล้วก็ทำไม่ได้อีก วนไปเวียนมาอย่างนี้ทุกปีไป แต่ตรงนี้ตาแก่ขอคุยสักนิด เพราะเมื่อวันปีใหม่สองปีที่แล้ว ตั้งใจว่าจะเลิกบุหรี่เด็ดขาด แล้วผมก็เลิกมันมาตั้งแต่วันนั้น อย่างน้อยก็มีเรื่องที่ทำได้อยู่บ้างล่ะครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่คนไทยชอบทำกันนักเมื่อขึ้นปีใหม่คือ การดูดวง ไม่ว่าจะอ่านตามหนังสือพิมพ์ ตามเน็ต หรือจากใบเซียมซี ไปจนถึงหมอดูทุกระดับ ทุกคนก็อยากได้ฟังว่าปีนี้ตัวเองจะเป็นอย่างไร และแอบหวังเอาไว้ว่า ชีวิตจะดีขึ้น ร่ำรวยขึ้น เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง แม้แต่หาเมีย หาผัวได้สักที ผมก็เอากับเขาด้วย ถึงไม่เคยจะเชื่อเลยก็อดอ่านดูไม่ได้ ปีนี้ทุกสำนักบอกดวงผมจะดีมาก รุ่งสุดๆ แต่ดูจากที่จะไม่มีกินตั้งแต่วันปีใหม่ มันก็ออกจะยังไงๆ อยู่นะหมอนะ

เมื่อคืนก็ฉลองกันหนักแล้ว เช้านี้เลยดูถนนโล่งๆ บ้านเมืองมันเงียบๆ ไปหน่อย พวกที่เดินทางไปเที่ยวก็ให้มันสร่างสักนิดนะครับ ค่อยขับรถ ไอ้ที่นอนจมอ้วกอยู่ ตื่นแล้วก็ไปหาอาบน้ำอาบท่าสระผมสระเผ้าเสีย ไอ้พวกที่แหกปากจนเสียงแหบเสียงแห้งก็ไปหาหยูกยากินเสีย อย่าปล่อยจนอักเสบไปทำงานวันจันทร์ไม่ไหวนะครับ ส่วนคนที่สวดมนต์ข้ามปีก็อนุโมทนาบุญด้วยนะครับ แล้วหลังจากนี้ก็อย่าเอาปากที่สวดมนต์ทำกุศลนี้ ไปเที่ยวด่าว่า ใส่ร้าย โกหกพกลม  ให้เสื่อมมงคลไปล่ะครับ

และสุดท้าย ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดดลบันดาลให้ผู้อ่านทุกท่านประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ สมบูรณ์ พูลลาภ ในสิ่งอันพึงปรารถนา ขอให้มีความสุขกาย สบายใจ ปราศจากทุกข์โศก โรคภัยทั้งหลายทั้งปวง  ตลอดไป

ตาแก่บ้านนอก
1 ม.ค. 2559

เช็คสภาพวันสิ้นปี

 10583879_352412601579030_8416334195914772315_n

หมดไปอีกปีแล้วครับ คืนนี้หลายคนคงฉลองกันสุดเหวี่ยง หลายคนออกไปเค้าท์ดาวน์ตามที่เขาจัดงาน หลายคนเดินทางไปต่างจังหวัด หลายคนออกไปสวดมนต์ข้ามปีตามวัดต่างๆ แต่ก็คงมีอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ ก็แค่อยู่บ้านเงียบๆ นั่งดูทีวี อ่านหนังสือ หรือเปิดเน็ตเหงาๆ อยู่คนเดียว

ปีนี้ก็เหมือนวันสิ้นปีส่วนใหญ่ในชีวิตผม ที่ไม่ได้ไปไหน ไม่ได้ทำอะไร แค่อีกคืนหนึ่งที่นั่งลุ้นว่าจะมีกระสุนใครลอยทะลุหลังคาลงมาตอนเที่ยงคืนไหม และภาวนาให้เสียงเพลงที่ดังอยู่ข้างบ้านเงียบเร็วสักหน่อย จะได้หลับเสียที

แต่ทุกสิ้นปีมีสิ่งหนึ่งที่ผมจะทำประจำคือการตรวจสภาพตัวเอง เรื่องนี้ผมทำมาสองสามปีแล้ว เพื่อดูว่าในปีที่ผ่านมาร่างกายผมมันแย่ลงไปแค่ไหนแล้ว ปีนี้ไม่ใช่น้อยเลยครับ เยอะกว่าทุกปี

เริ่มจากเท้าไปถึงหัวเลยนะครับ เริ่มจากเข่าที่เริ่มไม่ดีหนักขึ้น เดินลงบันไดไม่คล่องอีกแล้ว ขึ้นมาก็หลังที่ปวดเป็นประจำมาเกือบทั้งปี ปีนี้ไตก็เริ่มแย่ ส่วนกระเพาะ ลำไส้ ไม่ต้องพูดถึง ไม่ดีมาตั้งแต่หนุ่ม ก็ยังคงปวดบ้าง อืดบ้าง แน่นบ้าง ยังเป็นเหมือนเดิม ขยับมาที่ปอดและหลอดลม ดีที่เลิกบุหรี่มาสองปีแล้ว ถึงมันจะไม่ปกติ มันก็ยังไม่หนักหนา แขนก็เริ่มยกของไม่ไหว ยิ่งมือไม่ต้องพูดถึง จับช้อนยังร่วงเป็นบางที นิ้วก็เริ่มไม่มีกำลังแล้วครับ

ขยับขึ้นไปอีกฟันก็หายไปสองซี่ครับปีนี้ หูขวาก็ไม่ค่อยได้ยินแล้ว สายตานี่ไม่ต้องพูดถึง ใส่แว่นยังหาอะไรไม่ค่อยจะเจอเลย สุดท้ายหัวก็ยังปวดหนักขึ้นและบ่อยขึ้นกว่าปีที่แล้ว

วันเวลามันเอาสิ่งดีๆ ไปจากร่างกายผมเยอะเลยทีเดียว ผมเริ่มเป็นตาแก่ที่คนรอบข้างเริ่มรำคาญ ที่บางครั้งหูก็ไม่ค่อยได้ยินเลยไม่ได้ตอบ ตาก็มองไม่ค่อยเห็นเลยหาของไม่ค่อยเจอ มือไม่มีแรงจะหยิบจับเลยทำข้าวของตกหล่นแตกหักเสียหาย ขาเข่าไม่ดีเลยลุกช้า เดินช้า แม้กระทั่งฟันที่เคี้ยวแทบจะไม่ไหวเลยดูน่ารำคาญเวลาที่กินอะไรให้คนอื่นเห็น จนบางทีผมอยากบอกว่า ผมรำคาญตัวเองมากกว่าที่คนอื่นรำคาญผมเสียอีก

แต่ถ้าจะว่ากันไป สิ่งต่างๆ ที่มันเสื่อมสภาพไปจนดูน่ารำคาญเหล่านี้ มันเคยรับใช้ผม เคยตรากตรำทำงาน ไม่ว่าแขนขาตาหู มันเอาตัวมันแลกงานแลกเงิน เลี้ยงดูตัวผมและคนอื่นๆมามากมายแค่ไหน แล้วเมื่อถึงวันที่มันทำต่อไปไม่ไหว มันกลายเป็นสิ่งน่ารำคาญไปเลยอย่างนั้นหรือ

เริ่มเย็นท้องฟ้าเริ่มมืด งานเลี้ยงตามที่ต่างๆ ใกล้จะเริ่ม เสียงเพลงเริ่มดังจากที่ต่างๆ ตาแก่คนนี้ไม่ได้ไปไหนกับเขา คงขออยู่กับบ้านเงียบๆ ใช้เวลานึกถึงเรื่องดีๆ ให้ใจได้มีความสุข กับส่วนต่างๆ ของร่างกาย ที่เคยรับใช้ผมมาอย่างซื่อสัตย์และอดทนมาหลายสิบปี

ฟ้าคืนสิ้นปีปีนี้มันดูเหงาๆ ชอบกลนะครับ

จุดเล็กๆ บนเส้นกาลเวลา

photo-1428263197823-ce6a8620d1e1

ในวันที่บางคนอยู่ในภาวะที่เลวร้ายที่สุด โลกใบนี้ก็ยังคงงดงามอยู่เช่นเดิม

โลกเป็นเช่นนี้มาก่อนแสนนาน และจะยังเป็นเช่นนี้ต่อไป
แดดร้อน สายฝน ลมหนาว พาโลกผ่านเส้นทางกาลเวลา
เส้นทางที่บางคนร่วมเดินทางในบางช่วง
ที่เมื่อเทียบกับเส้นทางทั้งหมดแล้ว เส้นทางของคนเหลือเพียงจุดเล็กๆ เท่านั้น

จุดเล็กๆ ที่บางคนสุขล้นจนว่ามันสั้นไป
จุดเล็กๆ ที่บางคนดิ้นรนวันแล้ววันเล่า กว่าจะจบสิ้น
จุดเล็กๆ ที่บางคนไขว่คว้าทรัพย์สิน เงินทอง ชื่อเสียง หน้าตา ราวกับเป็นผู้อยู่จนนิรันดร์
จุดเล็กๆ ที่บางคนทิ้งความเป็นคน ทำทุกอย่างเพื่อตัวเองเท่านั้น

อาทิตย์ลับฟ้าในยามเย็น จะกลับหวนขึ้นมาใหม่ในตอนเช้า
แต่คนเราเมื่อลับลาไปแล้ว ไม่อาจหวนกลับมาอีก
เส้นทางกาลเวลาให้โอกาสได้เลือกเดินได้เพียงครั้งเดียว ไม่มีการแก้ตัว
เมื่อตัดสินใจสิ่งใด ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา ไม่ว่าจะชอบหรือไม่
ไม่มีใครรู้เรื่องราวล่วงหน้า ไม่ว่าตัดสินใจเช่นไร ย่อมถูกต้องเสมอ

จุดเล็กๆ นับแสน นับล้าน บนเส้นทางกาลเวลา ทุกจุดล้วนมีคุณค่าเช่นเดียวกัน
คนก็คือคน คุณค่าไม่ใช่การมีตัวตนอยู่ แต่คุณค่าคือผลจากการกระทำ
ลำบากยาแค้น สนุกสุขสันติ์ ยิ่งใหญ่เทียมฟ้า หรือลีบเล็กไร้ค่า
สุดท้ายก็มาถึงจุดสิ้นสุดบนเส้นกาลเวลาเช่นกัน
…แต่โลกใบนี้ก็ยังคงงดงามอยู่เช่นเดิม

เธอจากไป

6962560-full-moon-night-sky

ยามค่ำคืนฝืนมองท้องนภา ม่านน้ำตาบังดาวราวมืดมน
ดื่มเหล้าเมามาย เศร้าใจสุดทน
แม่หน้ามลแล้วเธออยู่หนใด

เคยร่วมกันฟาดฟันอุปสรรค เอาความรักหลอมรวมสองดวงใจ
เมฆครึ้มบังจันทร์ ฉันรันทดใจ
เธอจากไปเมื่อใดจึงกลับมา

โลกหมุนเวียนไม่เปลี่ยนหัวใจ ยังมั่นในรักเธอเรื่อยมา
ถึงแม้เธอไม่หวนคืนมา ในอุรามั่นรักเพียงเธอ

คงตรอมตรมระทมกับน้ำตา ใจเจ็บชาแสนเศร้าเฝ้าละเมอ
วอนขอดวงจันทร์ให้ฉันและเธอ
เพียงได้เจอในฝันฉันพอใจ

สหัสเดชะ
2522

ใครๆก็ย้ายเวบ

photo-1432821596592-e2c18b78144f

วันนี้ผมแวะเข้าไปใน WordPress แบบที่ทำมาเรื่อยๆ แม้จะไม่บ่อยเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังแวะเข้าไปหาอะไรต่ออะไรอ่านอย่างที่เคยทำ แต่หลายๆ บล็อกก็ไม่มีอัพเดท หลายๆ บล็อกก็ย้ายออกจาก WordPress ไปแล้ว

เรื่องออกไปทำบล็อก อยู่ข้างนอก WordPress ผมเข้าใจดีครับ เพราะผมเองก็กระแดะออกมาทำตั้งหลายปีแล้ว มันได้จัดได้ทำ ได้เพิ่ม ได้เอาออก ได้มีโดเมนเป็นของตัวเอง ติด Plugin เปลี่ยน Theme โม Theme โมสารพัดที่อยากจะโม อยากทำอะไรก็เชิญได้ตามสะดวก คล่องกว่าบน WordPress เยอะเลยครับ แต่นั่นมันก็แลกกับการเสียเงินเพิ่ม มีภาระต้องดูแลเพิ่ม ไม่ใช่แค่เขียนแล้วสะบัดตูดไปแบบตอนที่อยู่บน WordPress อีกแล้วครับ

หลายบล็อกที่ผมตามอ่านอยู่ ก็เติบโตออกไปจดโดเมน เช่าโฮสท์ ทำบล็อกของตัวเองอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่แล้วจะหยุดทำบน WordPress ไป บางบล็อกก็ย้ายข้อมูลเก่าไปไว้บนบล็อกใหม่ แล้วลบบล็อกบน WordPress ไปเลยก็มี อันนี้ก็แล้วแต่ความเห็น ความเหมาะสม ความพอใจของเจ้าของบล็อกล่ะครับ

แต่ตาแก่อย่างผมเป็นพวกติดที่ ยึดติดกับเรื่องเก่าๆ เป็นพวกหัวโบราณ ถึงขั้นเด็กๆรุ่นใหม่บางคนเรียกผมว่า ไดโนเสาร์ ดังนั้นถึงผมจะออกมาทำบล็อกนอก WordPress แล้ว แต่ก็ยังโพสท์ลงบล็อกใน WordPress ไปด้วย ก็วุ่นวายอยู่สักหน่อยในตอนแรกๆ แต่ตอนนี้ชินแล้วครับ

ก็เอาเป็นว่ายินดีกับหลายๆบล็อกที่เติบโต ออกไปตั้งอาณาจักรของตัวเอง ซึ่งตาแก่คนนี้จะพยายามตามไปอ่านเท่าที่จะทำได้เหมือนเดิม ส่วนบล็อกของผนน่ะไม่ต้องกลัวครับ ตราบใดที่ WordPress ไม่เฉดหัวผมออกไปแล้วล่ะก็ ผมก็ยังคงลงหลักปักฐานโพสท์อยู่เหมือนเดิมแน่นอน แต่มีบล็อก Ji42.com เป็นหลัก และบางเรื่องที่ WordPress ห้ามโพสท์ลง คงต้องโพสท์ที่บล็อกข้างนอกนี่อย่างเดียวเลยครับ จึงไม่ต้องแปลกใจว่า บล็อกที่ Ji42.com ทำไมมีเรื่องมากกว่าบนบล็อกใน WordPress แต่ไม่ต้องกลัวว่าผมจะไม่โพสท์ใน WordPress นะครับ

คนอ่านยิ่งน้อยๆอยู่ ขืนเล่นตัวแบบต้องตามไปอ่านตรงนั้นตรงนี้ กลัวคนอ่านจะตอบแบบผมเข้าให้
มึงว่าของมึงดี มึงก็เก็บเอาไว้อ่านเองแล้วกัน