ผู้เขียน: tomwork

ใครผิด

waiting-down

ฉันก้าวเดินบนทางอันกว้างใหญ่
ด้วยดวงใจแสนสั่นหวั่นเหว่ว้า
กลัวผิดทางผิดที่ผิดเวลา
ฉันกลัวว่าจะผิดพลาดโดนบาดใจ

เคยหลงทิศผิดทางจึงยังหวาด
กลัวผิดพลาดไม่อาจชี้ผิดที่ไหน
ให้ผิดคนหม่นจิตจนผิดใจ
ผิดที่ใครไหนเล่า…เราผิดเอง

…สหัสเดชะ 2540

Advertisements

จดหมายถึงอาจารย์ 22-2-60

IMG_20170221_181044

สวัสดีครับอาจารย์ ผมขอส่งข่าวคราวต่อจากที่ได้เล่าไปครั้งที่แล้วครับ ตอนนี้ผมกลับมาอยู่ที่สวนได้เกือบ 7 วันแล้วครับ กลับมาก็พยายามเร่งให้เริ่มต้นงานในสวนได้เสียที ก็ออกไปติดต่อช่าง ติดต่อน้องๆ เก่าๆ ทางนี้ จะได้มีคนช่วย งานจะได้เร็วขึ้น สองสามวันแรกก็ดูดีครับ คุยกับคนโน้นคนนี้ ดูแบบ นัดหมายกัน เสร็จสรรพวันรุ่งขึ้น ผมก็เริ่มสั่งของ ทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ วัสดุที่ต้องใช้ พวกเหล็ก และท่อต่างๆ

IMG_20170220_140436

หลังจากนั้นก็เป็นการตามช่างกันแล้วครับ ที่นัดกันไว้หายเงียบไปเลย วันก่อนโทรไปก็ไม่รับสาย เมื่อวานออกไปตามเลยได้ความว่า ช่างเมามาหลายวันแล้ว ตอนนั้นก็ยังเมาอยู่ เย็นวันนี้จะออกไปตามอีกที นี่ถ้าอายุน้อยกว่านี้สักสิบปี ผมออกไปซื้อที่ตัดเหล็กกับเครื่องเชื่อมมาทำเองแล้วครับ

IMG_20170220_153304

ช่วงที่รอช่าง เครื่องมือที่สั่งก็เริ่มมาแล้วครับ ก็เริ่มตรวจวัดน้ำที่จะใช้ พบว่าค่า pH สูงไปหน่อยถึง 7.5 ส่วน EC วัดได้ 0.3 กว่าๆ คงต้องเตรียมการปรับค่าน้ำก่อนใช้กันอีกอย่างครับ

IMG_20170222_163453

ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เดินไปดูเขาเก็บมะเขือเทศกัน ราคาแย่มากครับเหลืออยู่กิโลละ 5-8 บาทเท่านั้น ก่อนหน้านี้เคยลงไปถึง 3-4 บาทด้วยซ้ำ ในขณะที่ผมซื้อในห้างที่กรุงเทพฯ แพคไม่กี่ลูก 20 บาท บางวันแม่ค้าที่รับซื้อก็ไม่รับ บอกว่าเยอะแล้ว เก็บมาแล้วก็กองอยู่ใต้ถุนบ้าน ไม่ได้เงิน ผมเลยให้เอาลูกที่สุกแดงแล้วมาลองทำเชื่อมแห้งดู ส่งขายราคาอยู่ที่ 450 กรัม (3 แพค) 100 บาท แพค 1 กิโล ราคา 150 บาท ใช้มะเขือเทศสด 6 กิโล ได้เชื่อมแห้ง 1 กิโล ขายไม่หมดก็ยังเก็บเอาไว้ได้ ส่วนมะเขือเทศที่เหลือ ที่เน่าเสีย ไม่ได้ขนาด เอาไปหมักทำปุ๋ยน้ำไว้ใช้ต่อครับ

IMG_20170116_165451

อากาศทางนี้เริ่มร้อนมากจนจะเป็นหน้าร้อนแล้ว ช่วงบ่ายๆ ที่ร้อน คิดถึงนั่งร้อนอยู่ที่ร้านที่กำแพงแสนแล้ว ที่นี่เย็นกว่าเยอะเลยครับ ที่สวนอาจารย์คงคืบหน้าไปเยอะกว่าผมเยอะแล้ว ผมคงได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยมอาจารย์ประมาณเดือนหน้าครับ แล้วผมจะส่งข่าวมาอีกครับ

ย้อนอดีตด้วย Linux

Red%2520Hat%2520Enterprise%2520Linux%25206%2520-%2520Install%2520Shell

กว่า 20 ปีมาแล้ว ที่ตาแก่คนนี้รู้จักกับ Linux ตั้งแต่ยุคที่ยังใช้ Windows 3.11 อยู่ จำไม่ได้ว่าไปรู้จักมันได้อย่างไร แต่จะว่าไปก็อดดีใจกับตัวเองไม่ได้ ที่ตอนนั้นกระแดะจะใช้ Linux กับเขาบ้าง ถึงวันนี้ก็เลยได้อาศัยความรู้เก่าๆ เอามาใช้กับงานใหม่ๆ ได้อย่างที่ตัวเองก็คิดไม่ถึง

ว่ากันตามตรงตอนที่เริ่มเรียนรู้ หัดติดตั้ง หัดใช้งาน ผมก็คิดอยู่ตลอดเวลาว่า ใครจะใช้วะ เพราะมันยากตั้งแต่ติดตั้ง การลงไดรเวอร์อุปกรณ์ต่างๆ แค่การ์ด LAN ก็แทบจะไปไม่รอด พอๆ กับการ์ดจอ ที่สุดท้ายผมต้องยอมใช้งานใน Text Mode เอา เพราะไม่มีปัญญาจะลงไดรเวอร์การ์ดจอเพื่อใช้ startx กับเขาได้

แต่ก็อย่างที่บอกล่ะครับ เพราะความกระแดะจะใช้งาน ก็เลยหาทางงมมันจนพอใช้ได้บ้าง งมมาตั้งแต่ RedHat 5 มาใช้งานได้จริงก็ปาเข้าไป RedHat 6 เข้าไปแล้ว แต่เพราะความขี้เกียจลงไดรเวอร์การ์ดจอของผมนี่แหละ ผมเลยถนัดใช้งานแต่ใน Text Mode ที่ต้องกระหน่ำพิมพ์คำสั่ง แต่มันก็ความรู้สึกเดียวกับใช้ DOS ยังไงยังงั้นเลยครับ จำคำสั่งให้ได้ แล้วก็พิมพ์สั่งไป

image03

จาก RedHat 6 ที่ผมเริ่มเอามาทำมาหากินกับการใช้เป็น web Server และ Proxy Server มาถึง Debian, Mandrake จนมารุ่นหลังอย่าง Fedora หรือ CentOS ผมก็เริ่มห่างจาก Linux ออกไป เพราะมีงานอื่นๆ ให้ต้องไปหมกมุ่นแทน จะมีแวบไปใช้ Ubuntu บ้างในบางโอกาส แต่ก็น้อยเหลือเกิน

ช่วงหลังๆ งานมันเริ่มเปลี่ยนไป จากเคยทำงานบน Windows บน OSX วันนี้กลับมาทำบน Raspbian บน Android ตอนแรกผมก็ถอดใจ ก็มันแก่เกินกว่าจะมานั่งเรียนรู้ใหม่แล้วล่ะครับ คงไม่ได้แน่ๆ แต่พอเห็น OS แล้วก็เกิดความรู้สึกอย่างที่บอกไปตอนต้นเลยครับ รู้สึกดีใจ ที่เมื่อก่อนกระแดะจะใช้ Linux จากไอ้ที่จะต้องเรียนรู้ใหม่หมด ก็เหลือแค่บางส่วนเท่านั้น ตาแก่คนนี้ยังพอนั่งอ่าน นั่งศึกษาไหวครับถ้าแค่นี้

ชีวิตมันยังต้องเดินต่อไป สู้ไหวก็ต้องสู้กันไปล่ะครับ แต่ทุกครั้งที่ใช้งาน อดนึกถึงเรื่องราวสมัยก่อนที่ยังใช้ RedHat ใช้ Mandrake ทำมาหากินไม่ได้ จนบางครั้งต้องแอบยิ้มกับเรื่องราวเหล่านั้น

ไม่ใช่แค่บทเพลง ที่ทำให้เรานึกถึงอดีต โปรแกรมคอมพิวเตอร์มันก็ทำให้เราย้อนกลับไปคิดถึงอดีตได้เหมือนกันนะครับ

ตาแก่จะกลับมาทำสวน

IMG_20161226_173402

พอโดนเขาเอาร้านคืน ตาแก่บ้านนอกอย่างผมก็กลับสู่สถานะตกงานอีกครั้ง ผมห่างหายจากสถานะนี้มาถึง 9 ปี จนคิดว่าจะไม่ต้องตะเกียกตะกายหางานทำอีกแล้ว เพราะจวนจะเกษียณอยู่รอมร่อแล้ว แต่อะไรมันจะเกิดก็ให้มันเกิดไปเถอะครับ ไม่มีร้านก็ไม่มี งานการก็ไม่มี หันซ้ายหันขวา ถามตัวเองในกระจกว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี มันก็ไม่ตอบผมสักคำ

IMG_20161108_154354 IMG_20161219_155712

25 พฤศจิกายน เป็นวันสุดท้ายที่ผมเปิดร้าน หลังจากนั้นผมใช้เวลา 2 วันในการขนข้าวของออกจากร้านไปไว้ที่บ้านเช่า เพื่อคืนร้านก่อนสิ้นเดือน ก็เป็นอันว่าปิดหน้าประวัติศาสตร์ของผมไปอีกบท จากนั้นเป็นเรื่องที่ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า จะเอายังไงกับเวลาที่เหลือของชีวิตให้อยู่ได้แบบที่ไม่ต้องไปขอใครเขากิน

ผมใช้เวลาพอสมควรที่จะหาคำตอบให้ตัวเอง ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่มี และคนบนโลกนี้ก็ไม่มีใครมี แต่ก็ต้องหาจุดที่เป็นไปได้ที่สุดที่จะไปยืน แล้วผมก็ตัดสินใจว่า กลับไปทำสวนเถอะวะ มันเป็นหนึ่งในแค่สองอย่างที่ผมทำเป็น ถึงจะทิ้งมันมา 10 ปีแล้วก็ตามที

หลังจากหาที่ทางได้ ผมก็จ้างรถขนสมบัติทั้งหมดไปไว้ในสวนที่ผมจะไปทำในช่วงเกือบสิ้นปี ช่วงนี้ผมก็อาศัยหน้าด้านไปทำงานให้ลูกค้าเก่าๆ ตามโรงงาน ให้พอได้ค่าข้าวยาไส้กันตายไปก่อน ส่วนงานสวนก็ต้องค่อยๆ ทำไป เพราะคราวนี้ไม่มีนายทุนมาลงทุนให้เหมือนสวนก่อนๆ จะทำอะไรเลยต้องเกรงใจกระเป๋าเงินด้วย

พวกน้องๆ พอได้ข่าวว่าผมกลับมาทำสวน ก็พากันตื่นเต้น ทำยังกับผมไม่เคยทำสวนมาเลย ไม่รู้จะตื่นเต้นไปทำไม บางคนก็ฝันแทนผมไปถึงไหนๆ ผมก็ได้แต่นั่งดูพวกมันเพ้อกันไป เอาเถอะ ใครจะเกษตรอินทรีย์ เกษตรชีวภาพ เกษตรพอเพียงอะไรก็ตามสบายกันเถอะครับ ตาแก่คนนี้ขอทำ “เกษตรพอกิน” แค่นั้นก็พอแล้วครับ

ไว้คราวหน้าจะเอาภาพสวนมาอวดกันครับ ตอนนี้ตาแก่ขอไปรื้อของหากระป๋องสตางค์ไปซื้อข้าวกินก่อนครับ

เกษตรกรรม กรรมของเกษตรกร

IMG_20170116_203211_rz 

เกษตรกรเป็นอาชีพที่มีจำนวนชั่วโมงทำงานมากกว่าอาชีพอื่น แต่มีรายได้ต่อชั่วโมงน้อยกว่าอาชีพอื่น สวัสดิการอะไรก็ไม่มี ไอ้ที่มีก็ยังจะถูกตัดออก เป็นลูกค้าธนาคารก็ยังกับเป็นขี้ข้า เป็นลูกทาสในเรือนเบี้ย โดนขู่โดนเอาเปรียบ ขณะที่อาชีพอื่นไปกู้ ก็ยังมีสภาพเป็นผู้เป็นคนมากกว่า ข้าวของที่หน่วยงานรัฐ เอาเงินภาษีไปซื้อมาแจก แล้วทำตัวยังกะมันควักเงินซื้อมาเอง ก็ต้องรักษาให้ดี เพราะมันมาแบบป่วยๆ ต้องเอามารักษาต่อ ฯลฯ

แต่เกษตรกรก็เป็นอาชีพในฝัน ของหนุ่มสาวในเมืองที่ดูละครทีวีเยอะไป อ่านนิยายไทยเยอะไป อ่าน pantip เยอะไป เป็นอาชีพในฝันของบรรดาคนแก่ ที่เกษียณแล้วหมดทางไป รวมถึงคนวัยทำงาน ที่ถูกภาคอุตสาหกรรมโละออกมา ยามไม่ต้องการใช้แรงงาน

ภาคเกษตรบ้านเราเลยกลายเป็นถังขยะบุคลากรใบใหญ่ ที่ใส่ผู้คนสารพัดแบบ สารพัดแนวคิด ตั้งแต่ฉลาดสุดไปถึงโง่ชิบหาย แล้วใครมันจะพัฒนาการเกษตรบ้านเรา บนพื้นฐานผู้คนสารพัดแบบอย่างนี้ได้ แค่ตามแก้ที่บางพวกสร้างความชิบหายแล้วเปิดตูดไป ไม่ว่าขนน้ำทะเลมาเทลงนา หรือหาสัตว์เอเลี่ยนสปีชี่ส์มาปล่อยในธรรมชาติ ก็แย่แล้ว รวมถึงภาวะ”เสือกคิดเหมือนกัน” ที่พากันแห่ปลูกพืชเหมือนกัน ทำให้ตอนปลูก ปัจจัยการผลิตของพืชนั้นราคาพุ่งพรวด เพราะมีไม่พอ แต่พอเก็บเกี่ยวราคาขายก็พุ่งลงพรวดเหมือนกัน เพราะมันล้นตลาด

โลกไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ชีวิตไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง

15338673_1446839298661429_8011854757310161229_n

มันเป็นเรื่องปกติที่โลกไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ชีวิตไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง อะไรทำไม่ได้ก็อย่าทำ ไปไม่ได้ก็อย่าไป

วันนี้และตอนนี้ ผมควรไปอยู่ในที่ที่มีแต่เพื่อนฝูงเต็มไปหมด มันเป็นงานรียูเนียนครบรอบ 30 ปีที่จบมา แต่ผมก็ไม่ได้ไป ตั้งแต่เช้า เพื่อนสนิทหลายคนโทรเข้ามาหาตลอด จนถึงช่วงบ่าย ทุกคนคิดว่าผมจะไป ..ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน จนถึงเมื่อวาน

เช้านี้ผมตื่นขึ้นมา พร้อมกับการตัดสินใจที่จะไม่ไปร่วมงาน
ช่วงนี้ผมจะขยับตัวทำอะไร เรื่องราวมันไม่ได้ง่ายอย่างหลายๆ คนคิด มันต้องคิดมากกว่าเดิม
ตั้งแต่ปิดร้าน กลับมาเป็นคนตกงาน แต่ภาระยังมีเหมือนเดิม ทำให้ยิ่งต้องคิดมากกว่าเดิมอีก

จนถึงวันนี้ แผนที่ผมวางเอาไว้ ก็ไม่รู้เลยว่าจะทำได้แค่ไหน ถ้าไม่ได้จะทำอย่างไรต่อไป ผมยังคิดแผนสองไม่ออก
ตอนนี้แผนสองเท่าที่คิดได้ก็คือ ทำแผนแรกให้สำเร็จ

บางช่วง ความคิดมันก็เตลิด คิดไปไกลกว่าที่วางแผนไว้ ..ไอ้นั่นแหละที่น่ากลัว
ผมพยายามถอยความคิดกลับมาตรงที่ค่อยๆ ทำไป โดยไม่คาดหวังอะไร ..ไอ้นี่แหละที่ยากที่สุด

การยอมรับกับความเป็นจริงที่เกิดตรงหน้า เป็นสิ่งที่ไม่ต้องใช้ความรู้หรือความสามารถพิเศษอะไรเลย
แต่ก็แทบไม่มีใครทำได้  เพราะเรายังคิดกันได้อยู่ ยังคิดเข้าข้างตัวเองกันอยู่

ฟ้าในหน้าหนาวมืดเร็วกว่าปกติ ชีวิตผู้คนบนโลกใบนี้ดำเนินต่อไป ในเมืองเริ่มเปิดไฟ บ้านนอกก็เริ่มก่อไฟ
ผู้คนต่างคาดหวังให้ชีวิตตัวเองดีกว่านี้ คาดหวังให้ทุกสิ่งเข้าข้างตัวเอง

มันเป็นเรื่องปกติที่ โลกไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ชีวิตไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง อะไรทำไม่ได้ก็อย่าทำ ไปไม่ได้ก็อย่าไป
..ชีวิตมันยากพอแล้ว ไม่เห็นต้องทำให้มันยากไปกว่าเดิมอีกเลย

ทุ่งนาคำนึง

1656192_812362308790924_1635267083_n

ยามตะวันนั้นจะจากฟ้า แดดเหลืองเรืองรองนภา นกกาผกโผกลับรัง
ครวญเฝ้าคิดถึงแต่ก่อนครั้ง สองเราหลบเงาร่มบัง เธอยังยั่วยิ้มพิมพ์ใจ

ลมพัดทวนหวนจิตคิดถึง เสียงเพลงที่เคยคำนึง ส่งถึงคนอยู่แสนไกล
อาทิตย์ลาลับหมู่ทิวไม้ เหมือนพี่ที่จะสิ้นใจ รักใยมาห่างร้างลา

มีวันไหนไร้ทุกข์ใจบ้าง ตรอมตรมขมขื่นอ้างว้าง ดุจเดือนจากดวงดารา
น้ำในคลอง ร้องสั่งหวังเจ้ากลับมา กิ่งไผ่เริ่มเฉาโรยรา รอเวลาเจ้ากลับคืน

เมฆสีทองลองท่องทั่วฟ้า ตะวันจวนจะลับลา กานดาเจ้าอย่าเป็นอื่น
วอนหัวใจรักให้ยั่งยืน มั่นคงตราบวันและคืน เหมือนคลื่นสาดซัดหาดทราย

สหัสเดชะ
2531

ตู้เย็นเก่า

IMG_20160423_233547

ปีนี้ผมยังไม่ได้บ่นเรื่องอากาศร้อนลงในบล็อกแบบทุกๆ ปีเลยครับ แต่ดูเหมือนจะมีคนช่วยบ่นกันมากมายมหาศาลแล้ว เลยขอยกยอดไปก่อน ไว้เรื่องหน้าหรือเรื่องต่อไป จะมาบ่นให้ฟังเหมือนทุกปี ถ้ามันยังไม่เลยหน้าร้อนนี้ไปเสียก่อน แต่ผลพวงของอากาศที่ร้อนจัดปีนี้ ทำให้ผมต้องตัดสินใจเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากเรื่องหนึ่ง… เปลี่ยนตู้เย็น

ก็คงต้องเล่าเบื้องลึกเบื้องหลังของตู้เย็นตัวปัจจุบันที่ผมใช้อยู่สักหน่อยนะครับ ตู้เย็นตู้นี้ผมไม่ได้ซื้อมา แต่ผมได้รับมาจากอาจารย์ของผม ตั้งแต่ตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ตอนนั้นอย่าว่าแต่ซื้อตู้เย็นเลย แค่พัดลมตัวหนึ่ง ยังได้เจ้าของบ้านเช่าแกเมตตาให้มาใช้ ไม่อย่างนั้นคงได้นอนสำลักเหงื่อตัวเองตายเข้าสักวัน

ตู้เย็นที่ได้มาเป็นตู้เย็นรุ่นเก่ามากอย่างที่เห็น ไม่มีหรอกครับไอ้ระบบละลายน้ำแข็ง หรือระบบอะไรต่ออะไรแบบที่ปัจจุบันเขามีกัน มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจุดมุ่งหมายอย่างเดียว คือให้ของที่อยู่ข้างในมันเย็น นอกจากนั้นไม่ใช่หน้าที่ของมัน ซึ่งมันก็ตรงกับความต้องการของผม ที่ต้องการแค่แช่อะไรให้มันพอจะเย็นได้บ้าง อย่างเช่นน้ำที่กิน และที่ตรงกับความต้องการมากก็คือ ไม่ต้องเสียเงิน

ผมเอาเจ้าตู้เย็นตัวนี้มาใช้งานตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ เป็นเวลาเกือบสิบปี มันก็ไม่เคยงอแงหรือไม่ทำงานสักครั้ง เพียงแต่น้ำแข็งมันเริ่มเต็มช่องแช่แข็งเร็วขึ้นทุกที ฝาปิดช่องต่างๆ ชั้นวางของ เริ่มกรอบหัก ใช้งานไม่ได้เหมือนเดิม แต่ปีนี้อาการมันเข้าระยะสุดท้ายคือ เอาอะไรไปแช่ก็เสียหมด ข้าวก็บูด นมก็เสีย ขนมปังก็ขึ้นรา จนต้องตัดใจว่า มันคงไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้อีกต่อไปแล้ว

วันนี้ผมเลยออกไปมองหาตู้เย็นใหม่มาแทนมัน ในที่สุดก็หาได้ในราคาประมาณหกพันบาท อย่าคิดว่าจะมีเงินซื้อนะครับ อาศัยผ่อนกับอิออนเขาเอา เขาให้ผ่อนได้ 10 เดือน ก็เอาเต็มพิกัดล่ะครับ ตามประสาคนทำมาหากิน ไม่ใช่ทำมาหาเก็บ เสียดอกเบี้ยให้เขา ก็ยังดีที่มีของให้ใช้

ส่วนตู้เย็นเก่า อยู่กับผมมาเกือบสิบปี ถึงจะเสียดายมันแค่ไหน แต่มันก็ถึงเวลาของมันแล้วล่ะครับ อย่างน้อยมันก็ภูมิใจได้ว่า มันได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ อย่างซื่อสัตย์มาโดยตลอด มันไม่เคยกินไฟแล้วไม่ยอมทำความเย็น มันเป็นตู้เย็นมีหน้าที่ให้ความเย็น มันก็ไม่เคยเลยเถิดไปทำอย่างอื่น ไม่เคยเปลี่ยนไปทำหน้าที่แทนเตาอบ แทนพัดลม หรือแทนเครื่องปรับอากาศ มันรู้บทบาทหน้าที่ของมันเป็นอย่างดี ไม่เคยคิดเองเออเองว่าสามารถทำหน้าที่อย่างอื่นได้ และมันก็ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มความสามารถ จนถึงวันสุดท้ายของมัน

ถ้ามนุษย์บางคนเข้าใจหน้าที่ตัวเองแบบตู้เย็นเก่าของผม ปล่อยให้คนที่เขามีปัญญา ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่มีปัญญาแต่คิดว่าตัวเองมี แล้วดันทุรังทำอยู่ โลกใบนี้คงอยู่กันง่ายกว่านี้เยอะเลยครับ