คุณค่าของคน

ช่วงนี้ผมไม่ได้มีโอกาสสนใจโลกมากนัก เพราะตั้งแต่เช้าก็โซซัดโซเซออกไปทำงาน กว่าจะตะเกียกตะกายกลับมาถึงห้องนอน ก็ดึกดื่นแล้วทุกวัน ข่าวสารบ้านเมืองก็ไม่ได้รับรู้อะไรกับใครเขา แม้แต่ข้าว บางวันยังไม่มีเวลาจะกินเสียด้วยซ้ำ ถ้าเปรียบกับตาแก่ที่นั่งเอนหลังสบายใต้ร่มไม้ข้างบ้านคนเดิม มันกลับกลายเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง

ความจริงผมไม่ได้อยากกลับมาใช้ชีวิตเช่นนี้เท่าไรนัก แต่หลังจากตกงานมาเป็นปี พอมีงานทำ ก็เหมือนคนกระหายน้ำกลางทะเลทรายมาเจอบ่อน้ำ มันย่อมอดไม่ได้ที่จะตะกรุมตะกรามทำงาน เหมือนจะไม่ได้ทำอีกเสียอย่างนั้น ผมเองไม่ได้อยากตกงาน เพราะภาระที่แบกอยู่เต็มสองบ่า แต่เมื่อมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันก็ต้องยอมจำนนนต่อความเป็นจริง เพียงแต่เมื่อมีโอกาสและจังหวะที่ดี ก็ต้องลุกขึ้นมาลุยกันอีกครั้ง

บางแวบของความคิด ผมอดคิดถึงคนที่มีเงินทองมากมายไม่ได้ ไม่ใช่ผมอิจฉาที่เขามีเงิน เพียงแต่ผมสงสัยว่า เขารู้สึกอย่างไรกับตัวเอง ที่วันๆแทบไม่ได้ทำอะไร เขาเคยคิดบ้างไหมว่า เวลาที่ผ่านไป เมื่อเทียบกับผลงานที่เขาทำบนโลกนี้ มันไม่มีความหมายอะไรเลย ยิ่งเทียบกับจำนวนกระสอบข้าวสารบนบ่ากรรมกรคนหนึ่ง ในระยะเวลาเดียวกัน มันมีปริมาณงานต่างกันราวฟ้ากับนรก แต่กรรมกรเหล่านี้กลับมีชีวิตอยู่อย่างยากเย็นเข็ญใจเหลือเกิน ถ้าจะมองดูค่าของชีวิต มันก็ยิ่งต่างกันเข้าไปใหญ่ แล้วทำไมถึงมีคนพูดว่า ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน หรือเขาเพียงพูดปลอบใจตัวเองเท่านั้น

ผมแก่จนป่านนี้ ผมก็ยังไม่เข้าใจว่า คุณค่าของคนๆหนึ่ง มันใช้เครื่องมืออะไรมาชั่ง ตวง วัด แต่ก็มักจะได้ยินเสมอว่า คนๆนั้นมีค่า หรือเสียทรัพยากรบุคคลที่มีค่า ผมไม่แน่ใจว่า เขาเอาอะไรมาวัดกัน ขอทานแก่ๆ ข้างถนนคนหนึ่ง อาจจะมีค่ากับคนที่เดินผ่านหน้าไป น้อยกว่าหมาพันธุ์ต่างประเทศที่เลี้ยงไว้ที่บ้าน แต่กับหลานตัวเล็กๆ ที่รอให้เขาหาข้าวกลับไปให้กิน คุณค่าของเขา ช่างยิ่งใหญ่กระไรปานนั้น ในสังคมที่ใช้ตาชั่งยี่ห้อเงินตรา ตำแหน่ง ระดับการศึกษา และนามสกุล คงไม่มีที่ว่างแม้แต่นิดหนึ่งที่จะชั่งน้ำหนักแห่งคุณค่า ของขอทานแก่ๆ คนนี้

ครั้นจะเอาความดี ความเลวมาวัดกัน มันก็กลับมาคำถามที่ว่า ใครตัดสิน สังคมตัดสิน ผู้มีอำนาจตัดสิน หรือด้วยเหตุผลของใคร การจะยกย่องเทิดทูนใครสักคน ไม่ได้หมายความว่า คนทั้งโลกจะต้องเห็นด้วย เช่นเดียวกับการเหยียดหยามประณามใครสักคนเช่นกัน คนที่มากคุณค่าสำหรับคนๆหนึ่ง อาจไร้ค่าสำหรับอีกคนหนึ่ง และย่อมเป็นในทางกลับกันด้วย นี่คือความเป็นจริงที่คนไม่อยากยอมรับ แต่ถึงจะไม่ยอมรับ มันก็ยังเป็นความจริงอยู่นั่นเอง

นั่นย่อมเป็นจริงว่า ไม่มีใครจะมีค่าสำหรับทุกคน สิ่งที่ทำได้ก็คือ พยายามทำตัวให้มีคุณค่ากับผู้คนให้ได้จำนวนมากที่สุดเท่านั้น
ตาแก่บ้านนอกอย่างผมเองคงไม่มีคุณค่ากับใครนอกจากลูกๆ น้องๆ และเพื่อนๆ เท่านั้น
แต่กับอีกหลายสิบคนที่กำลังจะประกาศรายชื่อในวันสองวันนี้ ช่วยทำตัวให้มีคุณค่าให้เท่าจำนวนกากบาทบนกระดาษที่ทะเลาะกันมาแทบตายด้วยเถอะ

อย่าให้น้อยกว่าตาแก่บ้านนอกคนนี้เลย อายแทนจริงๆ…

One comment

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s