ตาแก่ดูทีวี

พักนี้ผมแปลกใจตัวเอง ที่มีเวลานั่งดูโทรทัศน์มากกว่าเมื่อก่อน
อาจเป็นเพราะงานแทบไม่มีจะทำ นั่งอยู่เปล่าๆ ก็อดคิดฟุ้งซ่านไม่ได้ เลยเปิดโทรทัศน์ดู ให้สมองมันไม่ว่างเสียดีกว่า

ไอ้เรื่องชื่อรายการ ชื่อละคร ชื่อดารา หรือพิธีกร ผมคงไม่เขียนลงในนี้ ไม่ใช่กลัวเขาจะมาฟ้องร้องอะไรหรอกครับ มันไม่รู้จัก หรือจำไม่ได้เกือบทั้งนั้น จนบางทียังแปลกใจว่า ผมเดินผ่านประตูมิติมาเปิดโทรทัศน์ในช่วงเวลาไหนหนอ ทำไมแทบไม่มีคนที่เรารู้จัก และไม่มีรายการที่เรารู้จักเหลืออยู่เลย
ยิ่งถ้าเป็นรายการเพลงด้วย ยิ่งไปกันใหญ่ ทั้งเพลง ทั้งนักร้อง มันไปแอบออกแผ่นกันตอนไหน เยอะแยะไปหมด แถมพิธีกรส่วนใหญ่ก็ดูเหมือนคนเสียสติ ทั้งพูดจา ท่าทาง เห็นแล้วนึกสงสารพ่อแม่เขาเหลือเกิน ที่มีลูกเป็นอย่างนี้

วันก่อนเปิดไปดูรายการเกี่ยวกับคนไทยไปปีนเขา everest วันที่ผมเปิดไปเจอ เป็นวันที่เขาตัดสินใจ ยกเลิกการขึ้นสู่จุดสูงสุด พอผมได้ฟังพิธีกรสัมภาษณ์ ผมถึงกับหัวเราะลั่นอยู่คนเดียว ประมาณว่าเสียสติไปแล้ว

ก็พิธีกรหญิงเล่นตั้งหน้าตั้งตาถามว่า รู้สึกอย่างไร อยู่นั่นแหละ แกคงไม่มีโอกาสมาอ่าน Blog ตาแก่ปากเสียคนนี้ในเรื่องที่ผ่านมาแน่ๆ ก็สรุปว่า ผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรสักเท่าไร เพราะมัวแต่หัวเราะกับคำถาม รู้สึกอย่างไร จนเจ็บหน้าท้องไปหมด ก็ดีนะอีหนู คนแก่ได้หัวเราะสบายใจ จะได้นอนหลับฝันดี

หลังจากนั้นอีกกี่วันผมขี้เกียจจะจำ ก็เปิดไปเจอรายการที่เชิญดาราหรือนางแบบสวยๆ มานั่งคุยกัน แถมพาไปดูร้านของคุณเธอ ที่ผมเห็นแค่การตกแต่งก็อ้าปากค้าง แม่เจ้าโว้ย! ต้องใช้เงินเท่าไรถึงจะทำร้านได้แบบนี้ แล้วก็คุยกันในเรื่องที่ผมรู้สึกว่า คนดูไม่ต้องรู้ก็ได้มั้ง มันจะมาคุยให้กูฟังทำไมเนี่ย รู้แล้วว่ารวย ว่ามีเงิน ไม่ต้องมากระตุกต่อมอยากของเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ ให้หลงไหลได้ปลื้มกับธนบัตรนิยมมากไปกว่านี้ก็ได้ แค่นี้ปัญหาเด็กขายตัว มันยังไม่เยอะพออีกหรือไง

แต่วันรุ่งขึ้นถัดมา ผมได้ดูรายการ VIP ที่เชิญคุณลุงจากเมืองกาญจน์มาพูดคุย มันคนละเรื่อง คนละความรู้สึก เรื่องราวของชายแก่เก็บเศษขยะขาย ที่มีเงินเก็บเป็นแสน ทำบุญสร้างเมรุได้เป็นแสน ที่ผมสนใจไม่ใช่เรื่องจำนวนเงิน แต่เป็นเรื่องราวของความขยัน อดทน การเก็บหอมรอมริบ ความมีน้ำใจแก่เพื่อนร่วมโลก และการรู้จักคำว่าพอเพียง ที่ตาแก่อย่างผมแม้เข้าใจ แต่ก็ยังทำไม่ได้

รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย กับรายการดีๆ ที่ยังมีให้ดู เหลือช่องให้หายใจ จากละครแย่งผัว ที่เป็นมาตรฐานของทุกช่อง จากรายการเพลง ที่มีพิธีกรเสียสติ จากรายการวาไรตี้ หรือทอล์คโชว์ ที่ตอบสนองความรู้สึกอยากเสือกเรื่องชาวบ้านของคนดู ถึงจะมีน้อยเหลือเกินก็เถอะ

นั่งดูโทรทัศน์คนเดียว ก็ยังอุตส่าห์บ่นได้อีกเนอะ…

5 comments

  1. อ่า เลิกดูทีวีมาได้เกือบสองปีแล้วอะค่ะ
    แต่ก่อนเคยคิดว่า อยู่ไม่ได้แน่ๆเลยถ้าไม่ได้ดูรายการในโทรทัศน์
    แต่พอทำจริงๆ เอ่อ ก็ได้เฮะ

    แต่ว่าก็ยังใช้โทรทัศน์ไว้ดู ดีวีดี วีซีดี อยู่นะคะ กับบางรายการทางช่องเคเบิลทีวีน่ะค่ะ

    พอเป็นแบบนี้ เวลาไปคุยกับเพื่อนในที่ทำงาน ถ้าเขาคุยกันเรื่องรายการทีวี ก็จะไม่รู้เรื่องเลยเหมือนกันนะ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเราก็เลยบอกให้เขาเล่าให้ฟังละกัน แหะ แหะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s