ตาแก่ข้ามถนน

เช้านี้ฝนไม่ตก แหงนดูท้องฟ้า วันนี้น่าจะพอขายของได้ ผมออกไปปัดกวาดเก็บเศษใบไม้ กิ่งไม้ ที่ร่วงใส่โชว์รูมข้างถนนของผม เพื่อเตรียมเปิดกิจการ เด็กประถมสามสี่คนเดินออกจากหมู่บ้านมา จะข้ามถนนเพื่อขึ้นรถสองแถวไปโรงเรียน

ผมละมือจากงานที่กำลังทำค้างอยู่ เดินเข้าไปหาเด็กกลุ่มนั้น
“มา เดี๋ยวลุงพาข้ามเอง” ผมบอกเด็กกลุ่มนั้นที่มีแต่เด็กเล็กๆ ไม่อยากให้พวกเขาข้ามถนนกันเอง
“ไม่เอาหรอกลุง เดี๋ยวเหมือนพี่ก้อยอีก” เจ้าพีหนึ่งในกลุ่มตอบกลับมา แล้วเด็กๆก็หัวเราะกัน
ผมก็อดหัวเราะไปกับเด็กๆไม่ได้

เรื่องของเรื่องมันเกิดเมื่อต้นสัปดาห์ เช้าวันนั้นฝนเพิ่งหยุด หลังจากตกมาทั้งคืน
ผมออกมาเก็บกวาดร้านเหมือนวันนี้ เจอกับหนูก้อย เด็กในหมู่บ้านจะข้ามถนน ผมก็รับตำแหน่งขุนอาสา พาหนูก้อยข้ามถนนเหมือนกัน
ถนนหน้าร้านผมเป็นถนนข้างละสามช่องทาง คั่นกลางด้วยร่องกว้างพอจะให้รถลงไปนอนได้สักคันหนึ่ง ที่มีใครก็ไม่รู้เอาขอนไม้อัันหนึ่งมาพาดข้ามร่องนั้น เพื่อให้คนเดินข้ามไปมาได้
วันนั้นรถค่อนข้างมาก ฝนก็เพิ่งหยุดไม่นาน การข้ามถนนหลวงเลขหลักเดียวในยามนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ
ผมใช้เวลาเกือบห้านาที กว่าจะพาหนูก้อยไปได้ครึ่งทาง จากนั้นก็ต้องเดินข้ามร่องกลาง เพื่อไปข้ามถนนอีกฝั่งหนึ่ง
“ข้ามไปแล้วอย่าเพิ่งข้ามถนนนะ รอลุงก่อน แล้วเดินระวังลื่นตกลงไปนะ” ผมสั่งหนูก้อยตามประสาตาแก่ของผม
“โครม!!!” ไม่ใช่เสียงหนูก้อยตกสะพาน เป็นผมเองที่ลื่นตกไม้พาดอันนั้น
ผมยักแย่ยักยัน ค่อยๆคลานขึ้นมาข้างทาง เจ็บตรงข้อเท้าที่ร่วงลงไปกระแทก
“เป็นไรไหมลุง” หนูก้อยเดินข้ามไม้กลับมาดูผม แล้วแกก็พาผมข้ามกลับมาที่ฝั่งร้านของผม
จากนั้นแกก็ข้ามถนนกลับไปขึ้นรถของแกเอง ก่อนไปแกยังอุตส่าห์หันมาบอกผม
“เหมือนลุงกาแฟในเรื่องมะหมาเลยนะลุง”
ผมได้แต่นั่งกุมข้อเท้า หัวเราะชอบใจ กลายเป็นหมาไทยไซด์โร้ดไปแล้วเรา

ผมปล่อยเจ้าพีกับเพื่อนๆข้ามถนนกันไปเอง ไม่อยากต้องไปเป็นภาระให้เด็กๆ อย่างมันว่า แล้วก็กลับมานั่งมองถนน
สมัยก่อนผมเคยคิดว่า ถนนในเมืองไทยน่าจะขยายหลายๆ เลนสักหน่อย เวลาผมขับรถไปไหนมาไหน จะได้ไม่ต้องมาคอยต่อคิวรอบรรดาสิบล้อ รถพ่วง หรือรถที่วิ่งช้าทั้งหลาย
ตอนนี้ถนนก็ขยายออก ไม่ใช่เพราะผมคิด แต่เพราะปริมาณรถมันมากขึ้นจนถนนมันเอาไม่อยู่
พอถึงวันนี้ ผมนั่งมองเด็กๆเหล่านี้ข้ามถนน อดคิดไม่ได้ว่า เราเคยคิดถึงความลำบากของคนสองข้างทางเหล่านี้หรือเปล่า

คนเหล่านี้ต้องอดทนตั้งแต่ช่วงสร้างทาง หรือขยายถนน ทั้งฝุ่น ทั้งเสียง กลิ่นยางมะตอย ความลำบากลำบนในการเข้าออกบ้านตัวเอง หรือแม้จะข้ามถนน ซึ่งไม่ใช่ระยะเวลาสั้นๆ
บางเส้นนานนับปี บ้านสองข้างทางก็พลอยเปิดหน้าต่างไม่ได้เป็นปีเหมือนกัน
พอสร้างเสร็จ ถนนกว้างขึ้น รถวิ่งเร็วขึ้น จะขี่มอเตอร์ไซค์ข้าม จะเอาอีแต๋นวิ่งข้าม หรือจะเดินข้าม มันยิ่งยากลำบากยิ่งขึ้น
ไม่ต้องไปพูดถึงสะพานลอย หรือทางม้าลาย แทบหาไม่ได้เลย อย่างเส้นที่ผมอยู่ 15 กิโลเมตรจากตัวเมืองมา ไม่มีสะพานลอยสักอัน ไม่มีทางม้าลายสักแถบ
แค่ร่องกลางถนน ยังไม่เคยคิดจะทำสะพานให้คนสองข้างทางอย่างพวกผมข้ามเลยด้วยซ้ำ

บางครั้งผมก็อยากถามแทนคนบ้านนอกเหลือเกิน ไอ้คนที่ขับรถผ่านไปผ่านมา มันมีบุญคุณอะไรกับพวกผมนักหนา พวกผมถึงต้องเสียสละให้มันถึงขนาดนี้
ไอ้เจ้าใหญ่นายโตในเมือง พวกที่ออกแบบ ทำถนนหนทาง เคยคิดบ้างไหมว่า คนบ้านนอกสองข้างทางอย่างพวกผม จะมีชีวิตอยู่กันอย่างไร กับไอ้ถนนที่ขวางหน้าอยู่นี้
…หรือจะให้พวกผมมีชีวิตอยู่แค่ฝั่งถนนด้านเดียว เพราะพวกผมมันก็แค่ไอ้บ้านนอกที่ไม่มีความสำคัญอะไร

นี่ยังดีที่ถนนเส้นนี้มีแค่ข้างละสามเลน ถ้าเป็นสิบเลนเหมือนแถวรังสิต ที่มีช่องกลางเป็นทางด่วน รถแต่ละคัน เหยียบกันเป็นร้อย
ตาแก่อย่างผมคงได้ตายอย่างหมากลางถนนเข้าสักวัน

6 comments

  1. เศร้า! เครียด! และ เคียด! อย่างแรงค่ะ

    เป็นเด็กบ้านนอก…
    ตอนเด็กๆ ถนนที่ต้องข้ามทุกวันคือ ถนนเพชรเกษม
    คุณน้าคิดดูสิคะ มันมีแต่รถบรรทุกทั้งนั้น
    โชคดีที่ เขามีรถเมล์ขาว วิ่งวนคล้ายวงกลม
    ก็เลยไม่ต้องไปข้ามถนนที่มีรถใหญ่ซิ่งนรกทั้งหลาย
    แต่วันไหนตื่นสาย ไปขึ้นรถเมล์รอบนั้นไม่ทัน
    จะเสี่ยงข้ามถนนหรือไปโรงเรียนสาย ก็ต้องเลือกเอา!

    เดี๋ยวนี้ ถนนเส้นเดิม มันเพิ่มเลน มากขึ้นไปอีก
    ยิ่งข้ามยากเ้ข้าไปใหญ่
    เวลากลับบ้านไป (มาำทำงานในเมืองหลวง นานกลับบ้านสักที) กว่าจะข้ามได้ก็เล่นเข้าไปเป็นสิบนาที
    พอคนแก่สายตาไม่ดีข้ามนะี
    โหย! ล่อไปครึ่งชั่วโมงเลยทีนี้

    ขอ สะพานลอย ไปสามสี่ชาติแล้วค่ะ
    งบฯ ก็ไม่ตกมาถึงสักที
    เหตุผลคือ ชุมชนแถวนี้ประชากรน้อย
    แม่ก็บ่น “จ่ายภาษีไป ไม่ได้เบี้ยวสักหน่อย”

    ทั้งเครียด ทั้งเคียดจริงๆ ค่ะ!!

    *ขอบ่นหน่อยค่ะ มันเคียด!

  2. อ่านแล้วก็ทำให้นึกถึงถนนที่มีเหตุให้ขับผ่านบ่อยๆไปบริษัทลูกค้า
    ก็คือเส้นที่วิ่งไปอยุธยา ถนนใหญ่ขึ้น ก็มีการเห็นคนข้ามถนนกันแบบว่ายากๆ
    แต่เขาก็มีการสร้างสะพานลอยให้นะ

    พูดถึงเรื่องสะพานลอย จริงๆแล้วเอาเงินที่มาสร้างในกรุงเทพไปสร้างในต่างจังหวัดก็น่าจะได้
    เพราะไม่เห็นคนในกรุงเทพจะข้ามสะพานลอยเท่าไรเลย ส่วนใหญ่น่ะ เห็นชอบเดินใต้สะพานลอยหน้าตาเฉย
    ืั้ืั้ทั้งพ่อแม่จูงลูก (ก็สอนกันแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆ) หรือจะเป็นวัยรุ่น
    เห็นแล้วรู้สึกว่าแล้วจะเสียเงินสร้างสะพานลอยให้ทำไม
    แต่อย่างว่าแหละ บางคนเขาก็ใช้ เฮ้ออออ

  3. อรุณสวัสดิ์ขอรับคุณลุงเวิร์ค

    ไม่ทราบคุณลุงเวิร์คเคยไปเที่ยวบางปะอินไหมขอรับ?
    ที่นั่นมีชิงช้าลูกเล็ก ๆ น่ารักห้อยด้วยสายสลิงค์
    มีสามเณรคอยโยกคันบังคับ
    เข้าไปนั่งให้เป็นที่เรียบร้อย
    สักพักกระเช้าก็จะห้อยต่องแต่งต่องแต่งเคลื่อนข้ามแม่น้ำ
    ช่างเป็นช่วงเวลาเพลิดเพลินเจริญใจกระไรปานนั้น (ป่านนี้ยังมีอีกไหมไม่ทราบ เกล้ากระผมไปมาแต่ปีมะโว้ แหะ แหะ)

    นั่นล่ะขอรับ ธุลีดินเอ็นเตอร์ไพสท์มีความยินดีเสนอ

    กระเช้าลอยฟ้าข้ามถนนรุ่นใหม่
    รับรองความปลอดภัยล้านเปอร์เซ็น
    เคลื่อนไหวนุ่มนวลด้วยระบบแม่เหล็กไฟฟ้าล้ำสมัย
    ใช้เวลาเพียงชั่วอึดจิต ท่านก็จะข้ามไปฝั่งกะโน้นอย่างสบายใจ
    ไม่มีตกหลุมตกท่อ ไม่มีสิบล้อห้อตะบึงให้ต้องตกตะลึงอกสั่นขวัญหาย

    รับรองความพอใจ ข้ามแล้วไม่ชอบใจคืนเงินให้ทันที
    หากคุณลุงเวิร์คติดตั้งไว้ข้าง ๆ โชว์รูมตอนนี้
    แถมฟรี หุ่นแอนด์ดรอยพนักงานพริตตี้เคาน์เตอร์หน้าหวาน

    การข้ามถนนจะไม่เป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายอีกต่อไป
    หากท่านใช้ แอบโดมิไนเซอร์ธุลีดินกระเช้าลอยฟ้า
    แล้วท่านจะอุทานว่า…โอ..ซาร่า ผมเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริง ๆ

    คารวะ

    ปล. เหลือบเห็นสะพานใยแก้วที่เชื่อมไปยังกระท่อมซอมซ่อแล้วมีความสุขอย่างประหลาดขอรับ ครั้งหนึ่งเกล้ากระผมเคยพบความสุขเช่นนี้ตกหล่นอยู่ที่บ้านท่าน pat(นามท่านยาวขอสั้น ๆ เท่านี้นะขอรับ) ท่านโมจิ

    ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเกล้ากระผมไม่เคยพบมาก่อน การได้มาพบกลุ่มคนที่เชื่อมสะพานไปยังบ้านเราโดยที่ท่านไม่ได้บอกกล่าว เป็นสะพานที่เชื่อมเพื่อไปเยื่ยมโดยหาได้ต้องการเสียงสะท้อนใด ๆ ไม่จำเป็นแม้คำทักทาย เพราะการเยี่ยมเยียนก็คือคำทักทายที่อบอุ่นแล้ว

    ไม่น่าเชื่อว่ามีความรู้สึกเช่นนี้อยู่

    เป็นความสุขอย่างประหลาด หรือไม่ก็เกล้ากระผมอาจเป็นประเภทต่อมรับรสความสุขบกพร่อง จึงรับอะไรก็สุขไปเสียทุกที เอ่…อย่างไรกันล่ะ..

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s