ลุงขอสักวันเหอะ…

ไปกันใหญ่แล้วครับ ก็ไอ้สองสามเรื่องก่อนนี่แหละตัวต้นเหตุ เล่นเอาซะผมตั้งตัวไม่ทัน
ขนาดเพื่อนคอการเมืองผมมันยังว่า ผมเขียนแบบมีนัยยะซ่อนเร้นทางการเมือง มีการสื่อความทางอ้อม อะไรไม่รู้ของมัน
แถมยังว่า แสดงว่า ผมไม่ชอบคนนั้นคนนี้ ก็เลยบอกมันไปว่า
คนบ้านนอกอย่างกู ชอบพูดตรงๆ ไม่ใช่กูไม่ชอบหรอกนะ… กูเกลียดเลยล่ะ ไอ้พวกนักการเมืองน่ะ
แล้วกูก็เกลียดมันทั้งนั้น ไม่ว่าฝ่ายไหนก็เถอะ

ตามปกติมี สี่วิจารณ์ ที่ผมหลีกเลี่ยงจะวิจารณ์ การเมือง, ศาสนา, ดารา และเมียชาวบ้าน
แต่ก็พยายามยัดเยียด ขืนใจหมาในปากของผม ให้ไปเห่าไอ้เรื่องสี่อย่างนี้กันเสียเหลือเกิน

วันนี้เลยขอสักวันเถอะ จะสนองพระเดชพระคุณให้หายอยาก…..

อย่างที่บอก ไม่ใช่ผมไม่ชอบนักการเมือง แต่ผมเกลียดเอาเลยล่ะ
ผมมีชีวิตผ่านช่วงเวลาเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาพอสมควร ตั้งแต่ยุค 14 ตุลา ผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง
เห็นนักการเมืองมาทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ เคยรับจ้างขับรถแห่ป้ายหาเสียง เคยรับจ้างเดินตามผู้สมัคร ส.ส.แจกใบปลิว
เคยเข้าแถวขึ้นรถไปนั่งฟังการหาเสียง มีข้าวห่อแจก รับเงินแล้วขึ้นรถกลับบ้าน
เคยบอกยอดคนในบ้านให้หัวคะแนน แล้วรับเงิน ผมทำมาแล้วทั้งนั้น
แต่ลองเดาเอาดูเองว่า ผมจะกาเลือกไอ้เวรพวกนั้นหรือเปล่า
เคยเห็นไฟดับตอนนับคะแนน เคยเห็นหน้าม้าเวียนเทียนหย่อนบัตร
ตาแก่บ้านนอกอย่างผมอยู่มานานจนได้รู้ได้เห็นอะไรที่มี แต่มีคนตอแหลในทีวีว่าไม่มีมาเยอะแล้ว

ในสายตาผมถึงได้เห็นนักการเมืองมีแค่สองประเภท ไอ้พวกที่เลว กับไอ้พวกที่ยังไม่มีโอกาสเลว
มันก็เหมือนละครน้ำเน่าหลังข่าว ที่ตบตีแย่งชิงตัวเดียวอันเดียวกันทั้งเรื่อง
พอไม่ได้ดังใจก็ออกมากรีดเสียง ตีไข่ ใส่สี สาดโคลนกันจนเปรอะไปหมด
มันต่างกันตรงที่ ไม่ใช่ละครที่ฉายเพื่อความบันเทิง แต่เป็นละครที่ฉายเพื่อความมีอยู่มีกินของคนทั้งประเทศ

ผมหมายความรวมถึงไอ้พวกเอะอะอะไรก็อ้างเป็นตัวแทนของประชาชน เคยมาถามกูไหม ว่ากูจะเอายังไง
ยิ่งไอ้พวกอ้างตัวเอง กะอีแค่สมัคร ส.ส.ก็ยังไม่กล้าลง แต่ชอบอ้างประชาชน คนไทยทั้งประเทศ
อย่างน้อยตาแก่บ้านนอกคนนี้หนึ่งคน ไม่เคยแม้แต่คิดอยากให้มึงมาทำอะไรแทนกูเลย
เอาไว้กูอยากให้ทำ แล้วกูจะโทรไปบอก

พล็อตเรื่องมันก็เน่าแบบเดิมๆ ก่อนเลือกตั้งทำตัวเป็นหลานท่านหญิง ตกยากน่าสงสาร
เงาหมาแวบผ่านยังยกมือไหว้ เดินพนมมือจนนึกว่าโดนมัดตราสัง นี่ถ้าเห็นธูปกับดอกบัวในมือด้วยล่ะก็ จูงขึ้นเมรุไปแล้ว

พอเลือกตั้งเสร็จ จะตั้งรัฐบาล ก็เหมือนหมาเดือนสิบสอง จ้องจะผสมพันธุ์กันท่าเดียว
ไอ้นโยบาย อุดมการณ์อะไรที่เคยตอแหลไว้ตอนหาเสียง ลืมไปหมด นับจำนวนให้ครบ ได้เป็นรัฐบาลเป็นใช้ได้
พอตั้งรัฐบาลเสร็จ ก็เปิดเมนูชี้นิ้ว จะเอากระทรวงนั้น กระทรวงนี้ ไม่เคยมองเงาในน้ำเลย
สมองหมา ปัญญาควาย นิสัยเหี้ย อย่างมึงเนี่ยนะ สะเออะจะเป็นรัฐมนตรี
เป็นได้แล้ว ไม่โชว์โง่ ไม่บ้าอำนาจ ก็ตะกรามเงิน หรือไม่ก็เอามันครบไปเลย
พอขึ้นเป็นใหญ่ก็เที่ยวออกข่าว ต้องแก้ไอ้โน่น ปรับไอ้นี่ อ้างประชาชนบังหน้า
แต่หางน่ะเขี่ยกะลาเป๊กๆ รอให้เขาเอาข้าวมาเทให้ พอได้กินก็เลิกเห่า ไม่เห็นจะกัดสักที

ฝั่งไอ้ที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล กูก็ค้านแม่มันอย่างเดียว ถูกผิดไม่รู้ ขอให้กูได้ค้าน สมกับที่เป็นฝ่ายแค้นค้าน
ฝั่งรัฐบาลจะว่าอะไร จะทำอะไร ดีไม่ดีไม่เคยโผล่หัวจากรูมาดูหรอก ท่องอยู่อย่างเดียวว่าไม่ดีเอาไว้ก่อน
ขนาดนายกฯตด มันยังว่าเสียงเพี้ยนเลย

พอยุบสภาก็วนกลับมาฉายซ้ำแบบหนังในโรงหนังชั้นสอง ที่ฉายวนแม่มันได้ตลอดวัน
แล้วอย่างนี้จะให้ตาแก่อย่างผมมาชื่นชมยินดี กับความฉิบหายของบ้านของเมืองด้วยหรือไง
ถึงได้บอกว่า ถ้าเอานักการเมืองเข้าบ้าน เอาเหี้ยเข้าบ้านเสียยังดีกว่า

แต่ถ้าใครทะลึ่งไปเล่นการเมือง แล้วไม่เป็นอย่างที่ว่า ยังต้องพัฒนาอีกเยอะ เพราะยังไม่ใช่ นักการเมืองตัวจริง
………………………………..

บอกแล้วบอกอีกว่า ไม่อยากวิจารณ์ก็เอาไม้แหย่หมาในปากอยู่ได้ เห่าแบบนี้สมใจหรือยังล่ะ
พอแล้วนะ อย่าให้ Blog นี้ต้องทำบุญล้างซวย ล้างเสนียดเลย
แต่ว่าวันนี้ขอลุงสักวันเหอะ…

5 comments

  1. บล็อก บล้อกกกก บล็อก บล้อกกกกก
    บรู๊วววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว

    ปล. เสียงหมา ในคืน ก่อนพระจันทร์เต็มดวง!

    อิอิ

  2. ฮ่า ฮ่า ฮ่า … ฮาดีครับ😀

    คืนนี้เพิ่งมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่ง เธอบอกว่าอยากสมัครลงเลือกตั้ง ส.ส. ผมสนับสนุนนะ เพราะเพื่อนผมมันปากหมา และไม่กลัวตาย😀

  3. เอ่อ หนูกลัว
    คุณพี่ไม่รู้จักหนู แต่ขอตอบ
    อ่านจนจบแล้ว แต่อยากเสนอความเห็นว่า
    บางครั้ง นักการเมืองก็แค่ถูก”เขียนบท”ให้ดูเป็นคนเลว
    ซึ่งความจริงก็อาจจะเลวจริง เลวโคตรๆ หนักแผ่นดิน
    แต่บางที บางทีนะ ก็อาจมีเลวบ้างดีบ้างปนๆกันไป (คนนะ ใครมันดีเลิศเลอ ไม่ใช่เทวดา แต่ขนาดเทวดายังมีกิเลสมีภรรเมียเป็นเหล่านางอัปสรเลย)
    อย่างไรก็ตามเพราะว่า”บท”มันถูกเขียนมาให้นักการเมืองเลว เลยถูกมองว่าต้องเลวแน่ๆ
    ประมาณนั้น

  4. ความจริงก็ไม่อยากตีขลุมไปทั้งหมด …
    แต่ก็เห็นว่า เกือบ 40 ของผมที่เกิดมาในประเทศนี้ นักการเมือง สร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหา
    ไม่ว่าจะเป็น พวกคิดใหม่ๆ หรือ คิดเก่าๆ ก็เหอะ

    ถ้าเป้าหมาย ของ นักธุรกิจ คือ กำไร
    เป้าหมาย ของ นักการเมือง ก็คือ ชนะเลือกตั้ง
    คะแนนเสียงจึงมาก่อน ไม่ใช่ประชาชน อย่างที่โฆษณา

    ไม่เบื่อ ไม่เครียด แต่ไม่เคยหวังพึ่งนักการเมือง

    khun_aut

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s