บัีนเทิงบ้านทุ่ง

ผมตื่นแต่เช้าตรู่ ชะโงกมองออกไปนอกหน้าต่าง วันนี้ไม่มีสายหมอกให้ดู
แหงนดูท้องฟ้า วันนี้ฟ้าเปิด กลางวันแดดคงร้อนเอาการ
ผมล้างหน้าล้างตา ชงกาแฟ เปิดเพลง Kitaro ชุด Romantic Ballads แล้วลงมานั่งจิบกาแฟ สูบยา ฟังเพลงที่แคร่ใต้ต้นไม้ข้างบ้าน
ผมกลับมาอยู่บ้านนอกอย่างที่ผมอยากอยู่แล้วครับ ชีวิตผมกลับมาสงบสุขอีกครั้ง หลังจากไปผจญเรื่องราวในกรุง และในมหาวิทยาลัยมาเป็นแรมเดือน

ชีวิตคนบ้านนอก มันไม่ได้มีอะไรหนักหนาที่ต้องแบกใส่หัว ใส่บ่า เพราะมันไม่จำเป็น
ชีวิตที่อยู่อย่างเรียบง่าย ตรงไปตรงมา ไม่ต้องลีลา ขี่ม้าเลียบค่าย ไว้ฟอร์ม

ผมตะโกนทักลุงปลาที่ต้อนฝูงวัวผ่านหน้าบ้านไป เหมือนอย่างที่เคยทำเป็นประจำ
“เมื่อคืนก่อนไอ้ตัวเล็กไปงานศาลากลางนี่” ลุงปลาบอกผม
ไอ้ตัวเล็กก็คือลูกสาวคนเล็กของผม คงติดรถใครไปเที่ยวที่ศาลากลางจังหวัด ในช่วงงานวันแม่

ผมไม่ว่าหรอกครับที่ลูกผมไปเที่ยวงานที่ชาวเมืองเรียกว่า งานวัด
มันเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งของคนบ้านนอก ที่ไม่มีห้างจะเดิน ไม่มีเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ไม่มีไทยทิคเก็ต
ความบันเทิงที่คนบ้านนอกอย่างพวกเราได้อาศัยก็งานวัด งานอำเภอ งานศาลากลาง แบบนี้แหละครับ
พอถึงวันงาน ตกเย็นกินข้าวกินปลากันที่บ้านอิ่มหนำสำราญดีแล้ว ก็ไปเที่ยวงานวัดกัน
พวกอยู่ไกลก็อาศัยรถปิคอัพคนในหมู่บ้าน คันเดียวอัดกันมาเกือบหมดหมู่บ้าน
ทั้งลูกเด็กเล็กแดง คนเฒ่าคนแก่
ส่วนหนุ่มๆสาวๆ เดี๋ยวนี้เขาไปมอเตอร์ไซค์กันเอง ไม่ไปกับเด็กๆ และคนแก่ๆ หรอกครับ
พวกอยู่ใกล้หน่อย ก็หอบเสื่อ อุ้มลูกจูงหลาน เดินเลาะตามถนนไปที่งาน

งานตามบ้านนอกเวลาไปไม่่ต้องกลัวหลง เพราะพ่อเจ้าประคุณติดไฟสียาวตามถนนเป็นกิโล
แถมเสียงจากเครื่องขยายเสียงที่สารพัดจะเซ็งแซ่ จะนำทางคุณเอง ดีกว่า GPS หลายเท่านัก
แม้กระทั่งงานที่ศาลากลางจังหวัดก็เถอะ ก็ไม่พ้นกฎเกณฑ์นี้ ถือเป็นธรรมเนียมการจัดงานวัดเลยทีเดียว

พอเหยียบเข้างาน ซึ่งงานส่วนใหญ่ที่ผมนิยมไป มักจะไม่เก็บค่าผ่านประตู ก็จะเจอะเจอด่านแรก
พ่อค้าแม่ค้าสารพัดจะขนของเอามาขาย หลักๆก็เป็นของกิน รองลงมาก็จะเป็นของเล่นเด็ก
ไอ้ประเภทเอาเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องใช้ไฟฟ้า มาขาย หายากเต็มที แต่ก็มีบ้างเป็นบางงานที่วัยรุ่นเขานิยมเที่ยวกัน
สมัยผมเด็กๆ เวลาไปเที่ยวงานวัด ก็มักจะซื้ออ้อยควั่น หรือถั่วต้ม ส่วนน้ำที่ขายก็เป็นน้ำแข็งใส หรือไอติมเขย่า
เดี๋ยวนี้ของกินในงานวัดก็พัฒนาไปมาก มีฮอทดอก ไส้กรอก แฮมเบอร์เกอร์ เครป วาฟเฟิล
แต่ของกินที่ผมอดซื้อไม่ได้ทุกครั้งที่เจองานอย่างนี้คือ ขนมถังแตก เน้นถูกเงิน อิ่มนาน

ในงานนอกจากจะมีของขายแล้ว ที่นิยมเอามาไว้ในงานวัดก็คงเป็นพวกเครื่องเล่นอย่าง ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน ปาเป้า บางงานคนเยอะหน่อยก็มีพวกสาวน้อยตกน้ำ แต่ตามบ้านนอกถ้างานไม่ใหญ่จริงๆ ก็มักจะมีแค่ม้าหมุนกับปาเป้า
แค่นั้นก็เรียกเงินออกจากกระเป๋าพ่อแม่ไปหลายเงินแล้ว

สุดท้ายก็คงเป็นการละเล่น การแสดงต่างๆ ที่คนตั้งใจจะมาดู งานวัดในภาคกลางสมัยก่อนนั้น หลักๆ ที่ต้องมี ขาดไม่ได้เลยคือ หนังกลางแปลง กับลิเก แต่เดี๋ยวนี้หนังกลางแปลงชักหายไป เหลือแต่ลิเก กับวงดนตรีแทน จะมีแถมก็มักจะเป็นมวยนอกรายการ ที่ผู้จัดไม่ได้ตั้งใจจัด

ความเปลี่ยนแปลงของงานวัดที่เป็นไปตามยุคสมัย ทำให้กลิ่นไอของงานวัดเปลี่ยนไป กลิ่นตะเกียงแก๊สก็หายไป เสียงร้องขายยาก็ไม่มี กาลเวลาได้เก็บบางสิ่งไป แต่ก็ให้บางอย่างมาแทน

หลังจากสืบสาวราวเรื่องก็ได้ความว่า ไอ้ตัวเล็กอยากไปดูโปงลางสะออน อยากไปดูพี่อี๊ด ไปดูลูลู่ ลาล่า แม่มันเลยอาศัยรถคนแถวนี้พาไป เพราะผมยังไม่กลับมา
ไปถึงคนแน่นยังกับงานเทกระจาด เต็มหน้าศาลากลางไปหมด ต้องอุ้มไอ้ตัวเล็กดูถึงจะเห็น ดูอยู่เกือบสามชั่วโมง
แม่มันอึดสมกับวันแม่จริงๆ…

จนดนตรีเลิก ไอ้ตัวเล็กก็อยากจะถ่ายรูปกับขวัญใจของเขาบ้าง แต่ดูแล้ว ยังไงก็คงไม่มีทางเพราะคนเยอะเสียเหลือเกิน
ทั้งแม่ทั้งลูกก็ยืนรอแล้วรอเล่า จนความหวังที่จะได้ถ่ายรูปไม่เหลือ ขวัญใจไอ้ตัวเล็กขึ้นรถตู้ ประตูปิด รถเริ่มเคลื่อน…
“น้องเขาได้ถ่ายรูปหรือยัง” สตาฟคนหนึ่งถามขึ้น เขาคงเห็นเด็กบ้านนอกตัวเล็กๆคนนี้ ยืนถือกล้องรออยู่เป็นชั่วโมงแล้ว
“ยังเลยจ้า” แม่มันตอบ เท่านั้นเองสตาฟคนนั้นก็วิ่งไปที่รถตู้เคาะให้รถจอด แล้วพาไอ้ตัวเล็กไปถ่ายรูปกับขวัญใจของเขาถึงบนรถตู้

DSCF1165
ไอ้ตัวเล็กกับพี่เควิน (มันเรียกพี่เลยนะ)


กับขวัญใจของเขาแหละ

DSCF1166
นี่ก็กับพี่ยูร

DSCF1179
กับพี่อะไรไม่รู้ เขาบอกแล้วผมจำไม่ได้

ไอ้ตัวเล็กเอารูปถ่ายมาอวดผม คุยอย่างไม่รู้จักเหนื่อยถึงเรื่องราวในคืนนั้น
ผมได้ฟังแล้ว ได้แต่ขอบคุณสตาฟคนนั้น ขอบคุณศิลปินโปงลางสะออนทุกคน ที่เห็นคุณค่าความรู้สึกของเด็กบ้านนอกตัวเล็กๆคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีความหมายอะไรกับพวกเขาเลย แต่ยอมเสียเวลาจอดรถถ่ายรูปด้วย

ขอบคุณความบันเทิงแบบบ้านนอก ที่ให้คนอย่างพวกผมมีโอกาสแบบคนในเมืองบ้าง
และขอขอบคุณผู้มีน้ำใจทุกคน ที่เห็นคุณค่าคนบ้านนอกอย่างพวกเรา พวกเราคงไม่มีดอกไม้ ไม่มีการ์ดสวยๆ ไม่มีตุ๊กตาราคาแพงไปมอบให้ คงมีแต่ความรู้สึกขอบคุณจากหัวใจเท่านั้นเอง

4 comments

  1. บันเทิงแบบนี้ดีจัง
    คิดถึงตอนเป็นเด็ก…
    อยากดูลิเกอีก
    อยากดูหนังขายยาอีก
    แต่เดี๋ยวนี้หายากจริงๆ

    ขอปรบมือให้ โปงลางสะออนและทีมงานทุกคนในวันนั้นค่ะ

    ^__^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s