เกือบซวยแล้วไหมล่ะ

ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้เข้ามาบ่นอะไรที่ Blog นี้บ่อยนัก เพราะหลังจากทุ่มทุน ยอมเข้ามาอยู่เมืองกรุงเป็นแรมเดือน ก็พอได้งานมาทำให้เป็นเงินกับเขาบ้าง แม้ว่างานที่ได้มาแต่ละงาน จะได้เงินไม่มากนักก็ตาม แถมเป็นงานที่น้องๆ แต่ละคนส่ายหน้าทุกครั้ง ที่เรียกมันมาช่วย

“ทำงานแบบมนุษย์เขาทำกัน มันก็ไม่ใช่พี่ใช่ไหม”
มันชอบบ่นกันแบบนี้ทุกครั้ง ที่อธิบายงานที่อยากให้มาช่วยทำ เลยไม่รู้ว่า ไอ้งานที่ผมรับ ผมคิด มันเลิศเลอปานเทวดา หรือว่างานมันกระจอกเสียจนคนเขาไม่ทำกัน
หรือมันหลอกด่าเราเป็นหมา…

ช่วงนี้เลยคงต้องห่างๆ การบ่นเพ้อเจ้อไปสักระยะ แค่จะหาจังหวะไปทวงข้าวขาหมูกับคุณหน่อย ยังหาไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมติดหนี้ใคร จำไม่ค่อยได้หรอก แต่ใครติดหนี้ผมล่ะ จำแม่นนักเชียว

หลังจากขยี้ขยำเวบภาควิชา แล้วตามมาด้วยเวบ อบต พอได้เงินให้ลูกได้สักหน่อย ก็ได้งานฐานข้อมูลตามมาอีกงาน คิดว่างานนี้เสร็จ น่าจะได้กลับบ้านนอกเสียที เบื่อเมืองกรุงเต็มทน
งานนี้เก็บข้อมูลใน SQL การเชื่อมต่อมี 2 แบบ คือ ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปที่ต้องเขียนขึ้นมา และใช้ web application ผ่านบราวเซอร์ ทำให้ผมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องกลับไปพาเจ้า server ตัวเก่งของผมมาเที่ยวเมืองกรุงด้วย

หน้าตาเวบภาควิชาที่หนูมุกอยากดู คนทำยังไม่ค่อยพอใจเลย


อันนี้เวบ อบต

ความจริงผมไม่อยากพามันออกจากที่อยู่ไปไหนสักเท่าไร เพราะมันก็ไม่ค่อยสมประกอบนัก ชิ้นส่วนต่างๆ ก็เก็บที่เขาไม่เอาแล้วบ้าง ซื้อมาบ้าง ขอเขาแบบหน้าด้านๆ เอาบ้าง ดูๆแล้ว มันเหมือนแฟรงเกนสไตน์มากกว่า server ถ้าผมใช้ VPN ก็คงพอได้ แต่เรื่องๆของเรื่อง ผมอยากกลับไปดูสวนเสียที เลยหาเหตุกลับไปขน server ขน router ขน switching hub และอะไรต่ออะไร ตามจะหาข้ออ้างให้ตัวเอง และจะได้เอารถเข้ามาใช้งานด้วย

ผมก็ไม่ได้คิดเลยว่า ไอ้การที่ผมไปพามันมาเมืองกรุงครั้งนี้ เกือบทำให้มันจบชีวิต…

เจ้า server ของผมตัวนี้ มันมีชีวิต 2 แบบ แบบที่เป็น Windows 2000 server และแบบที่เป็น Linux Redhat server แต่อยู่บน Harddisk คนละลูก ผมไม่นิยมให้มี 2 OS บน Harddisk ลูกเดียวกัน แม้จะมีสารพัด Utility ที่ยืนยันว่าทำได้ แต่ผมก็เชื่อว่า เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้เยี่ยงไร OS สองตัวก็อยู่ร่วม MBR เดียวกันไม่ได้เยี่ยงนั้น ส่วน Harddisk ลูกที่สาม เป็นส่วนของ Data ที่ใช้ partition แบบ FAT32 เพื่อให้อ่านข้อมูลได้ทั้ง 2 แบบ และ recover ข้อมูลง่าย หากมันเกิดมีอันเป็นไป จะได้เอาไปยัดเข้าเครื่องไหนก็ได้

ความจริงเจ้า server ตัวนี้ มันถูกทรมานทรกรรมมาหลายปี มันเกิดมาเพื่อเป็น Desktop Computer แต่ผมก็ยังหน้าด้านยัดเยียดความเป็น server ให้กับมัน โดยที่มันไม่เต็มใจสักนิด แต่ทั้งมันทั้งผมก็ไม่มีทางเลือก มันไม่มีโอกาสเถียง ส่วนผมก็ไม่มีทุนพอจะซื้อ server จริงๆไหว แค่ mainboard ของ server ตัวเดียว ก็ซื้อเครื่องได้เป็นเครื่องแล้ว ก็เลยทำให้ทั้งผม ทั้งมัน ต้องถูไถ อยู่กันไป ใช้งานกันไป ตามอัตภาพ แม้ว่าสภาพมันจะสะบักสะบอมไม่น้อย data bus ก็เริ่มมีอาการป้ำๆเป๋อๆไปในบางครั้ง CPU จะหยุดหอบหายใจเสียบ้าง หลังวิ่ง 100 เปอร์เซ็นต์มาหลายชั่วโมงในบางที แต่ก็ได้อาศัยมันนี่แหละ ทำงาน ทำเงิน รวมถึงศึกษาเรื่องต่างๆมาไม่น้อย

Server ตัวเก่งที่หอบหิ้วจะเอามาตายในกรุงเสียแล้ว

หลังจากที่พามันมาตื่นตาตื่นใจในเมืองกรุง หาที่หลับที่นอนให้มันเรียบร้อย มันก็เริ่มปฏิบัติหน้าที่ของมัน ผมก็เริ่มทำงานของผม ทุกอย่างดูเป็นปกติ มันก็ไม่ได้มีอาการตื่นกรุงสักเท่าไร

จนเมื่อวานตอนเย็น ท้องฟ้ามีอาการเหมือนจะมีพายุ เมฆเริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มเหมือนม็อบท้องสนามหลวง ผมเห็นท่าไม่ค่อยดี เพราะถ้าเป็นที่บ้านนอก ผมต้องรีบปิดเครื่อง ถอดสายไฟ สายโทรศัพท์ เพราะปีนี้ฟ้าท่านแรงจริงๆ มาแต่ละทีเสียงสนั่นหวั่นไหว สมชายชาติทหารเหลือเกิน แต่ตอนนี้ผมอยู่ในกรุง ผมคิดเอาเองว่า มันคงไม่รุนแรงเหมือนบ้านนอก เพราะดูจากสายอากาศโทรทัศน์ ยังไม่เห็นต้องวิ่งไล่ถอดแบบของผมเลย

เพราะความชะล่าใจ ผมจึงมัวแต่คุยกับน้องสาว ไม่ได้รีบไปปิด server
แต่พอผมนั่งลงหน้าเครื่องเพื่อปิด server เท่านั้น ผมก็ได้ยินเสียงดัง เพี๊ยะ พร้อมประกายไฟจากในเครื่อง เครื่องดับลงทันที
“เฮ้ย!” ผมร้องอย่างตกใจ พร้อมกับเสียงฟ้าดังเปรี้ยง
พริบตานั้น ผมกระชากสายโทรศัพท์ และสายไฟออก โดยไม่ต้องหาคำสั่ง shutdown
แม้จะรู้อยู่เต็มอก ว่ามันสายไปเสียแล้ว

ผมนั่งอึ้งหน้าเครื่องอยู่เป็นชั่วโมง คิดไปต่างๆนาๆ สารพัด ห่วงข้อมูลก็ห่วง ห่วงเครื่องที่ต้องใช้ทำงานก็ห่วง นึกด่าฟ้า ด่าฝนไปเรื่อย แน่จริงทำไมไม่ไปผ่าไอ้พวกคนใหญ่คนโตชั่วๆ ที่มันทำบ้านเมืองปี้ป่น ไม่ก็ไอ้พวกที่ไล่ฆ่าคนทางใต้ เสือกมาผ่าเครื่องคอมคนทำมากินอย่างผมวะ

จนเกือบสองชั่วโมง พอทำใจได้ คว้าไฟฉายเข้าไปตรวจดูข้างในเครื่อง server
ไม่มีกลิ่นไหม้ หาร่องรอยความเสียหายไม่เจอ แล้วไอ้เสียงดัง เพี้ยะ และประกายไฟที่ผมเห็น มันมาจากไหนวะ
ตัดสินใจเปิดเครื่อง เป็นไรก็เป็นกันล่ะวะ ถอดสายแพร์ สายไฟ Harddisk ออกกันพลาด แล้วเสียบไฟเปิดสวิทช์เครื่อง

มันทำงาน… ผีหลอกแล้ว
มันบูทเครื่องได้ตามปกติ ผมลองเช็คดูค่าต่างๆ ทุกอย่างปกติ ไม่มีกลิ่นไหม้ออกมาจากเครื่อง
ผมปิดเครื่อง ต่อ Harddisk เข้าไปตามเดิม แล้วเปิดใหม่
Harddisk ทุกลูกเป็นปกติ ข้อมูลอยู่ครบทุกอย่าง ทำงานได้ตามปกติ
(จนถึงเวลาที่เขียนอยู่นี้ เครื่องก็ยังเป็นปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังเปิดทดสอบมากว่า 12 ชั่วโมง)

น้องสาวผมเห็นเหตุการณ์มาโดยตลอด และเฝ้าดูจนเครื่องกลับมาทำงานได้ตามปกติ อดถามไม่ได้
“มันเป็นไปได้ยังไงพี่ เห็นๆ อยู่ ว่ามันช้อตชัดๆ ทำไมมันไม่เป็นอะไรเลยล่ะ”
ผมอารมณ์ดีขึ้นมาก เพราะไม่มีอะไรเสียหาย หันไปบอกเคล็ดลับให้

“ก็พี่เอารูปจตุคามมาทำ wallpaper ไง”

One comment

  1. ก๊าก .. ขำทุกมุก แม้จะมีลุ้นตามเป็นระยะ😀

    รอทานข้าวขาหมูอยู่นะครับ ผมไม่ลืมเหมือนกัน😉 คิดมาเลยครับว่าอยากไปกินแถวไหน (จำไม่ได้ว่าเคยบอกเจ้าตรงวังบูรพาไปด้วยหรือเปล่า ที่แก้วน้ำใบโต๊โตน่ะ)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s