คิดถึงบ้านนอก

เกือบครึ่งเดือนแล้วที่ผมต้องติดกับดักชีวิต ติดอยู่ในกรุงเทพฯ
กรุงเทพฯแม้จะเปลี่ยนไปมาก และดูดีกว่าเมื่อครั้งล่าสุดที่ผมใช้ชีวิตนานกว่า 5 วันในเมืองหลวงก็ตาม
แต่ไม่ได้ทำให้ผมเกิดความต้องการ ที่จะย้ายถิ่นฐานกลับมายังจังหวัดเกิดของตัวสักน้อย
ผมไม่เข้าใจตัวเอง พอที่จะอธิบายได้ว่า ทำไมผมถึงชอบอยู่ในชนบทที่ขาดแคลนเกือบทุกสิ่งทุกอย่าง มากกว่าที่จะอยู่ในเมืองหลวง ที่พร้อมพรั่งไปด้วยสิ่งอำนวยความสบาย
ทำไมผมถึงละทิ้งโอกาสที่จะทำงานในสำนักงานหรูหรา เงินเดือนสูงลิบลิ่ว ไปใช้ชีวิตอย่างแสนขัดสน อยู่ท่ามกลางทุ่งนา และความยากแค้นของผู้คนรอบตัว
ผมไม่เชื่อเรื่องโชคชะตา ทำให้หมดโอกาสปัดความรับผิดชอบไปให้

พลังจากดาวดวงไหน ก็ไม่อาจยิ่งใหญ่กว่าพลังจากดวงใจของตน
ลิขิตใดก็ไร้ความหมาย เมื่อเทียบกับลิขิตแห่งมือทั้งสองข้าง

ในกรุงเทพฯ เมืองที่ไม่เคยหลับไหล เมืองที่แหงนหน้าไม่อาจเห็นดาวยามค่ำคืน
เมืองที่ต้นหญ้ามีแต่ในกระถาง และเกาะกลางถนน
เมืองที่ผู้คนมีอวัยวะเพิ่มขึ้นมาที่เรียกว่าโทรศัพท์มือถือ
เมืองที่ปฏิสัมพันธ์ของผู้คนแปรผันตามเครื่องแต่งกาย และพาหนะที่ใช้
เมืองที่ทุกลมหายใจเข้าคือรายรับ และทุกลมหายใจออกคือรายจ่าย
เมืองที่ผู้คนเชื่อคนในโทรทัศน์ มากกว่าความคิดในสมอง
เมืองที่สามารถหาของได้ทุกอย่าง แต่เกือบทุกอย่างไม่จำเป็นกับชีวิต
เมืองที่สร้างความฝันให้ใครหลายคน และดับความฝันของใครอีกหลายคน

เมืองนี้ไม่ใช่ที่ของผม เพียงแค่แวะมาทำงาน เมื่อเสร็จแล้วก็จะจากไป
กลับไปยังที่ที่คนในเมืองใฝ่ฝันไปเที่ยว แต่ไม่ใฝ่ฝันไปอยู่

ต้นหญ้าหน้าบ้าน ต้นไม้ในสวน น้ำฝนในโอ่ง และก้อนดินบนทางเดิน
ยังรอคอยจะได้กลิ่นลมหายใจของผมอยู่
ท้องทุ่งนายามเช้ายังคอยผมไปเฝ้าดู
พระจันทร์และดวงดาว ยังคอยจะอยู่เป็นเพื่อนเวลาผมนั่งสูบยาหน้าบ้านยามค่ำคืน
คนเลี้ยงวัวยังรอทักทายผมที่นั่งใต้ร่มไม้เวลาต้อนวัวผ่าน
บ้านนอกยังรอผมกลับไปอยู่ในที่ของผม

เส้นทางชีวิตที่ถูกขวางด้วยป้ายทางเบี่ยงของความรับผิดชอบ
กำหนดให้ผมยังต้องเดินบนทางที่วนเวียนอยู่ในเมืองหลวง
คงได้แค่ทำหน้าที่ และทำใจยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่
นวนิยายแห่งชีวิตเรื่องนี้ ยังมีหน้าต่อไปที่ต้องพลิกอ่าน
เมื่อสิ่งที่ต้องทำจบลง คงได้เริ่มต้นสิ่งที่อยากทำอีกครั้ง

8 comments

  1. เกิด เติบโต ที่นี่
    ชีวี จิตใจ ไม่ใช่
    ไม่รู้ ไม่เคย เข้าใจ
    ทำไม ไปไกล ต่างแดน …

    แต่งไอ้ข้างบนไว้ตั้งแต่ประมาณ ๒๐ ปีก่อนนู้น

    ตัวผมเองก็ไม่อยากอยู่กรุงเทพเหมือนกัน เข้าใจความรู้สึก🙂

    สงสัยว่าเป็นเพราะผมไม่มีโทรทัศน์ดู จึงยังคงเชื่อตัวเองมากกว่าโทรทัศน์😀

  2. ชอบบ้านนอกเหมือนกันค่ะ…บ้านนอกคือที่ของจริง…บ้านนอก..ที่ผู้คนไม่ต้องใช้มายาเข้าหากัน…บ้านนอกคือความจริงใจ…บ้านนอกคือความจริง…สำหรับหมู่เฮา…รักความเป็นบ้านนอกจังฮู้

  3. ความเป็นบ้านนอกคือสิ่งที่ผมภาคภูมิใจที่สุด เพราะบ้านนอกคือธรรมชาติ อิสระ ไม่เสแสร้ง ที่ๆมีความรัก จริงใจ ให้เสมอ โดยเฉพาะคุณแม่ของผม ผมลืมบ้านนอกไม่ลง ไม่เคยลืมสาวบ้านนอก ดอกสะเดา ห้วยหนองคลองบึง ผมอยากจะวิ่งกลางทุ่งโล่ง แสงแดดแผดจ้า หลบไต้ร่มไม้ และเดินทางกลางทุ่ง ทั้งกลางวันและกลางคืน บ้านนอกกำลังจะเปลี่ยนไป…ผมอยากได้โลกของผมคืนมา…อยากฟังรายการเพลงลูกทุ่งบ้านนอก หมุนมา อสมท. บุรีรัมย์ 92.00 เมกกะเฮิร์ท 10.00-12.00 วันอาทิตย์ ศาลาลูกทุ่งรายการของคนบ้านนอก…แล้วคุณจะภูมิใจใอสระของคุณ

  4. ก็ดีนะ….แบบว่าบ้านๆเราอะนะ/เป็นอะไรที่สบายๆที่สุดแล้ว
    หาที่ไหนไม่ได้อีกต่างหาก ร่วมกันอนุรักษ์ไว้เถาะนะ

  5. ความเปลี่ยนแปลง…ทั้งยินดีทั้งสุขและบางครั้งถึงกับทุกข์ ความเปลี่ยนแปลงคือสิ่งเราต้องรับมืกับมัน บางครั้งมันก็แสนดี บางทีโลกไม่เข้าข้างเรา เราจำเป็นที่ต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีด้วยกระบวนการ อย่างเป็นระบบ พลังแห่งความรัก พลังแห่งความสุข พลังแห่งบ้านนอก จะนำมาสูความเปลี่ยนแปลง ผมเชื่อว่าผมเกิดมาเพื่อพบแต่สิ่งที่สุดยอด และดีที่สุดเสมอ ขอบคุณทุกสิ่งบันดาลในด้านดี…

  6. สวัสดีครับท่านผู้อ่าน บางทีหากคุณรู้ว่าผมเป็นใครก็อาจจะดี แต่นั่นไม่สำคัญหรอก เอาเป็นว่าผมรู้ว่าผมมีชีวิตเพื่ออะไร และต้องการสิ่งใดก็พอ บางคนยังจำคอมเมนท์แรกที่ผมเขียนขึ้นได้ เป็นข้อความแห่งความหลังที่เลือนลางและไม่เปิดเผย เหมือนจะสร้างสิ่งอำพรางปิดบังไว้ใต้เงาแห่งความกลัว เพราะสิ่งที่หวังมันแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้ แต่เราก็หวังและรู้สึกหดหู่กับสิ่งหวัง แต่ผมก็ยังเชื่อในตัวเองว่าจะมีชีวิตเพื่อรอวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า และยังยืนยันคำเดิม และเชื่ออย่างหนักแน่นกว่าเก่า ผมเจอเป็คกี้แล้ว โดยการสืบค้นทางอินเตอร์เน็ต และอาศัยโชคช่วยอย่างมโหฬาร เป็นลูกสาวของผมเอง ตอนนี้เธออายุ 17 ปี อยู่โรงเรียนสาธิต ชลบุรี เราได้คุยกันทางโทรศัพท์ และผมกำลังจะไปเยี่ยมแก หลังจากเสร็จงานทำบุญร้อยวันพ่อตาที่เพชรบูรณ์ เรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นและเป็นไปได้ได้เกิดขึ้นแล้วกับพ่อลูกคู่นี้ ผมขอยืนยันคอมเมนท์เดิมอีกครั้ง ว่าบ้านนอกเต็มไปด้วยมนต์ขลัง ที่แต้มแต่งนิยายรักของเราให้เข้มข้นกว่าเดิมชนิดคุณไม่อาจลืมแม้ฉากเดียว ทำไมผมต้องหวนมาบอก ก็เพราะผมห่วงคนที่สิ้นหวังและกำลังท้อแท้ และผมคือตัวอย่าง ตอนนี้ไม่มีใครมีความสุขเท่ากับผมและเป็คกี้อีกแล้วในโลกนี้ ขอยืนยันครับ อ้อ ลืมไปครับ บ้านนอกหากใร้อินเตอร์เน็ทคุณก็ไม่รู้จักผม และผมคงไม่เจอลูกสาว เพราะงั้นขอบคุณความไฮเทคด้วยเช่นกันครับ….

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s