ฝุ่นจางๆข้างถนน

ผมเคยเขียนไว้ว่า ผมขายถังและผ้าพลาสติกอยู่ข้างถนน หลายคนไม่เชื่อ วันนี้เลยเอารูปร้านหรูของผมมาฝาก

เป็นไงครับ ร้านหรูข้างถนนของผม รับรองและยืนยันว่าของจริงแน่นอน และถ้าดูให้ดีจะเห็นว่า ไม่มีตึกแถวร้านรวง ผมบอกแล้วว่าผมอยู่กลางป่าจริงๆ และผมก็ไม่อายที่จะบอกใคร เพราะที่ผมทำไม่ไ้ด้โกงใครกิน หรือเบียดเบียนใคร สำหรับคนขี้สงสัย คงหายสงสัยเสียที บอกแล้วว่า ของจริง ไม่มีการสร้างภาพ

จากนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องปรับอากาศ มานั่งกินฝุ่นข้างถนน มองดูรถราที่วิ่งผ่านไปมา รอคอยรถสิบล้อ หรือรถปิคอัพสักคันจะชะลอความเร็วแล้วจอด เพื่อมาซื้อของแค่ไม่กี่สิบบาท ชีวิตมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ชีวิตนับร้อยนับพันชีวิตที่ผ่านหน้าผมไปในแต่ละวัน แม้จะวิ่งบนถนนเส้นเดียวกัน แต่ก็มีความแตกต่างมากมาย ทั้งรถที่ใช้ จุดหมายปลายทาง และจุดประสงค์

บางคนเร่งรีบ เพราะต้องรีบทำงาน แต่บางคนเร่งรีบเพราะความเคยชิน มีบ้างที่เร่งรีบเพราะความคึกคะนอง
บางคนผ่านผมไปด้วยรถเก๋งราคาหลายล้านบาท ในขณะที่หลายคนผ่านผมไปด้วยรถสองแถวเก่าๆ จะพังไม่พังแหล่ ด้วยค่าโดยสารสิบสองบาท
เมื่อถึงทางแยกข้างหน้า บางคนเลี้ยวซ้าย บางคนเลี้ยวขวา บางคนตรงไป และมีบางคนที่ลงจากรถก่อนถึงทางแยกนั้น
บางคันไปถึงจุดหมายทันเวลา บางคันไปไม่ทัน และบางคันก็ไปไม่ถึง
มอเตอร์ไซค์ จักรยาน สามล้อถีบ รถเร่ขายของ แม้แต่คนเดินเท้า ผ่านไปมาทุกวัน

ละอองฝุ่นบางๆที่เกาะกับลม ทิ้งตัวลงบนถังและผ้าพลาสติก เป็นร่องรอยเพื่อบ่งบอกว่า มีรถมากแค่ไหนที่ผ่านไปในวันนี้ มันบ่งบอกถึงความน่าจะเป็นที่จะขายของได้ โดยไม่ต้องใช้ Sampling Technique มาคำนวน Probability หรือใช้วิธีการที่ซับซ้อนทางสถิติ

ชีวิตถึงจะหลากหลาย แต่มันง่ายกว่าที่เราคิดมากนัก เราเองต่างหากที่ทำให้ชีวิตมันยาก และซับซ้อน
มันแทบไม่มีความแตกต่างในความรู้สึก จากชีวิตที่มีรายได้เดือนละห้าหลัก กับชีวิตที่มีรายได้วันละสองถึงสามหลัก ก็ยังกินได้แค่อิ่ม ใส่เสื้อผ้าได้ครั้งละชุด และนอนในพื้นที่ 2-3 ตารางเมตรเช่นกัน

คนทุกคนยังต้องดิ้นรน เพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต
ตอนเด็กทำเพื่อพ่อแม่ โตขึ้นมาทำเพื่อเพื่อน และในที่สุดก็ทำเพื่อลูกและครอบครัว
ยิ่งยกระดับไม้บรรทัดมาตรฐานชีวิตให้สูงมากเท่าไร เราก็ต้องตะเกียกตะกายทุกข์ยากมากขึ้นเท่านั้น
แต่ถ้าวางไม้บรรทัดมาตรฐานชีวิตไว้จนต่ำเตี้ย มาตรฐานชีวิตของเราและคนรอบตัวก็ต่ำจนทุเรศเกินไป
การหาตำแหน่งที่เหมาะสมไม่ได้ยาก แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ยอมรับ และขยับบรรทัดขึ้นไปจนทั้งชีวิตก็ตะกายไปไม่ถึง จึงต้องอยู่กับความหม่นหมองและพ่ายแพ้ไปตลอดชีวิต

เศษฝุ่นจางๆ ที่ข้างถนนมันสอนผมให้เข้าใจอะไรมากมาย ในเรื่องชีวิตพอเพียงที่เพียงพอ ที่ พ่อ ของพวกเราสอน มากกว่าไอ้บ้าที่พล่ามออกทีวี ทั้งที่ตัวเองไม่เคยเข้าใจสักนิดเดียว

6 comments

  1. อ่านแล้ว จากที่เคยวางไม้บรรทัดของตัวเองไว้ต่ำเตี้ยที่สุด
    กลับอยากเปลี่ยนมาตรฐานไม้บรรทัดดูบ้าง เพื่อให้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม
    ความทะเยอทะยานในระดับ “พอดี” คงเหมาะสมกับความคิดนี้
    ขอบคุณมากค่ะ ^_^

  2. ขอบคุณครับที่แวะไปที่ Blog ของผม อ่านเรื่องของพี่แล้ว ผมชอบสำนวนนะครับ โดยเฉพาะท่อนที่บอกว่า

    “ละอองฝุ่นบางๆที่เกาะกับลม ทิ้งตัวลงบนถังและผ้าพลาสติก เป็นร่องรอยเพื่อบ่งบอกว่า มีรถมากแค่ไหนที่ผ่านไปในวันนี้ ”

    คนเราพอโตขึ้นมาก็ต้องมาต่อสู้กับสงครามค่านิยม ที่ต้องมีสิ่งนั้น สิ่งนี้ ต้องมีรายได้ถึงจุดที่สามารถเอามาปรุงแต่งตัวเองได้ ช่างน่าเศร้านะครับ

    ตอนเด็กๆ แม่ผมจะบอกว่า ถ้าลูกทุกข์ ให้มองคนที่เขาลำบากกว่าเรา
    ถ้าเรามองคนที่สบายกว่าเรา เราจะยิ่งทุกข์ ยิ่งอยากได้อย่างมี
    คำนี้ที่แม่บอกว่าวันนี้มาถึงวันนี้แล้ว มันจริงๆ มาก

    ตอนนี้ขอแค่ให้ตัวเองทานอาหารครบ 3 มื้อ นอนวันละ 6 ชม.ได้ทำงานที่ทำแล้วมีความสุข ไม่ต้องไปประทะกับใคร มีเงินเก็บบ้าง มีเพลงดีฟังๆ มีหนังดีๆ ดู กลับบ้านอ่านและเขียนบล็อกได้ทุกวันก็พอแล้วละ

  3. นั่นสิคะ เราต่างหากทำให้ชีวิตมันยากและซับซ้อน

    ขอบคุณที่เตือนสติค่ะ
    ไม่รู้ว่าทำไมจะต้องตะเกียกตะกายเอาทุกข์เข้ามาหาตัวมากขนาดนี้
    พอเพียง…รู้และเข้าใจ แต่ทำไม่ได้ซักที

  4. พื้นฐาน ง่าย ธรรมดา
    แต่ทำยากครับ
    กิเลศของคนมันพอกพูน
    ยากที่จะขุดออกแล้วครับ

    หวังว่าอนาคตข้างหน้าโลกจะสงบสุข ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s