ไอ้โม่-อีกชีวิตบนเส้นทางชีวิต

ผมเก็บ ไอ้โม่ มาจากโรงโม่หินที่ผมเข้าไปซ่อมคอมพิวเตอร์ ไอ้โม่เป็นลูกหมาอายุเกือบเดือน พันธุ์ไทยไซด์โร้ดแท้ มันมีพี่น้องทั้งหมด 8 ตัว แต่วันที่ผมเจอมัน ก็เหลือกันอยู่ 6 ตัว ลุงที่โรงโม่บอกให้ผมฟังว่า หมาที่นี่อายุไม่ยืน เพราะแต่ละวันรถสิบล้อ สิบแปดล้อ เป็นร้อยคัน วิ่งกันเป็นพันเที่ยว ต่อให้เอาไปฝึกกับจา พนม หรือเฉินหลง มันก็หลบล้อรถไม่ทัน ยิ่งลูกหมาด้วย โอกาสจะโตแทบไม่มี

ผมไม่ใช่คนรักหมารักแมว และไม่ได้นึกสงสารอะไรมันหรอก แต่ดูท่ามันจะฉลาดดี กว่าบรรดาไอ้พี่น้องของมัน น่าจะเอาไปให้ลูกเล่นได้ เพราะอย่างผม คิดจะไปเอาโกลเด้น หรือลาบาดอร์ มันคงทนแรงตีนผมไม่ไหว คงตายแน่นอน ไม่เหมือนไทยไซด์โร้ดที่โคตรอึด น่าจะทนได้ดีกว่า ก็เลยตัดสินใจเอามันมาด้วย ลุงแกก็ขะยั้นขะยอให้เอามาให้หมด นึกอยากจะเตะลุงแทนหมาเสียแล้ว แต่ก็ขอบคุณแก แล้วเอาไอ้โม่กลับมาตัวเดียว มันก็ฉลาดใช้ได้ ขึ้นรถกลับมา ไม่มีร้องสักแอะ ไม่อ้วกบนรถให้ต้องเช็ด ไม่อย่างนั้น มันคงโดนเตะลงจากรถตั้งแต่กลางทางไปแล้ว ขนาดว่าแวะกินข้าวเกือบชั่วโมง ทิ้งมันไว้บนรถ มันก็ไม่ได้รื้อค้นข้าวของอะไร ไอ้นี่ใช้ได้ พอจะอยู่ด้วยกันได้

ไอ้โม่ มันมีชื่อจริงว่า นีโม่ แต่ผมชอบชื่อโม่เฉยๆมากกว่า มันจะได้ไม่ลืมกำพืดว่า มันเกิดมาจากโรงโม่ เดี๋ยวมันจะเหมือนมนุษย์ ที่พอเข้าเมือง เปลี่ยนชื่อ แล้วเลยลืมรากเหง้าตัวเอง ทำยังกับจุติมาจากวิมานชั้นดาวดึงส์ ไอ้โม่มันก็ถูกเลี้ยงดู อย่างที่ลูกหมาตัวหนึ่งควรจะได้ ถึงมันจะไม่ได้กินอาหารหมาที่โฆษณาทางทีวี หรือกินนมผงเสริมสารพัด แต่มันก็ได้กินข้าว กินนมที่เขาไว้ให้หมากินโลละ 40 บาท ได้โดนฟัด โดนลาก โดนเล่นจนรำคาญจากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง

ไอ้โม่ไม่ได้มีวีรกรรมอะไร หรือความสามารถพิเศษใดๆ ให้ยกย่อง ให้ป่าวประกาศความดีความชอบ หรือแม้แต่จะเขียนถึง มันก็แค่ลูกหมาไทยไซด์โร้ดตัวเล็กๆ ที่คอยหลบตีนผมเวลาผมเดินผ่าน และเป็นของเล่นให้ลูกสาวตัวเล็ก ได้กอดฟัดแทนตุ๊กตา บางทีที่มันเริ่มรำคาญมีอาการ มันจะได้ยินเสียงผมว่า ไอ้โม่ กูเอามึงมาเลี้ยงให้ลูกกูเล่น ไม่ได้เอามาเลี้ยงให้กินข้าวนะมึง มันก็สงบเสงี่ยมดีอีกครั้ง

สามวันก่อนไอ้โม่เริ่มมีอาการไม่สบาย ผอมลงอย่างเห็นได้ชัด แรกๆผมก็คิดว่า มันคงไปหาอะไรกินจนเป็นพยาธิ กะว่าเดี๋ยวจะไปซื้อเบนด้า 500 เอามาถ่ายพยาธิให้มัน แต่อาการมันทรุดลงเร็วมาก มีตุ่มขึ้นที่ท้องมัน ผมไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรหรอก แต่ค้นจากเน็ตพบว่า มันเป็นไข้หัดลูกหมา ที่เกิดจากเชื้อไวรัส ไม่มีทางรักษา เป็นแล้วต้องตาย

อาการมันแย่ลงเรื่อยๆ ขาเริ่มแข็ง ตัวเริ่มแข็ง ซึ่งเป็นอาการทางประสาทอย่างที่บนเน็ตบอกไว้ ไม่มีทางทำอะไรให้มันได้ ได้แต่ให้ยาแก้ปวด แก้อักเสบ ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอะไร แต่ก็ได้แต่หวังว่า มันจะไม่ทรมานนานนัก แต่ถึงมันป่วยจนตัวแข็งไปหมด ทุกครั้งที่มันได้ยินเสียง มันก็ยังพยายามยกหัวมาดู ยังพยายามแกว่งหาง แม้มันจะยากเย็นเหลือเกินสำหรับมัน เมื่อคืนจุดยากันยุงขดหนึ่งไปวางไว้ข้างมัน อย่างน้อยมันก็คงไม่ทรมานจากยุงกัดไปอย่างหนึ่งล่ะ

เช้านี้ไอ้โม่ตายแล้ว นี่มันชีวิตจริง ไม่ใช่หนังไทย จึงไม่มีปาฎิหารย์ใดๆช่วยไอ้โม่ให้รอดตายได้ ลูกสาวยืนตาแดงเหมือนจะร้องไห้ดูมัน คงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าเอามันไปฝังซะ

ประมาณหนึ่งเดือนที่ไอ้โม่เข้ามาเกี่ยวพันในชีวิต อีกบทบาทของอีกชีวิตหนึ่ง ที่ย้ำเตือนสัจจธรรมแห่งการเกิดและตาย ไอ้โม่ ลูกหมาไทยไซด์โร้ด ที่ไม่ได้สร้างคุณค่าอะไรแก่โลกใบนี้ ไม่ได้มีวีรกรรมที่ควรยกย่อง แค่ลูกหมาตัวเล็กๆตัวหนึ่ง มีคุณค่าก็ตรงที่ให้ความสุขทางใจ แก่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้น แต่ไอ้โม่ก็ไม่เคยเบียดเบียนใคร ไม่เคยสร้างความเดือดร้อน ทั้งกายทั้งใจให้แก่ใคร

สำหรับผม ไอ้โม่มันน่าได้ขึ้นเมรุเผา มากกว่าคนเลวๆบางคน ที่ไม่เคยสร้างความดีอะไร นอกจากความเดือดร้อนกาย เดือดร้อนใจให้คนอื่น

ก็ต้องยอมรับว่า ผมเศร้าและเสียใจที่ไอ้โม่ตาย แต่ผมคงไม่รู้สึกอะไรอย่างนี้หรอก หากคนเลวๆบางคนที่ผมรู้จัก จะต้องตายลงในวันพรุ่งนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s