หมอดูทัก

ช่วงนี้จะเขียนจะพูดอะไร คงต้องระวังกันหน่อย หมอดูทักมา เพราะถ้าพูดจา เขียนอะไรไม่ดี แทนที่พระศุกร์จะเสวยอายุ มีหวังอายุจะเสวยตะรางแทนเท่านั้น มีแถมท้ายให้บูชาพระราหู ไม่ได้ไหว้ของดำหรอก แต่ให้หาอะไรอมซะ หมอบอกว่า หาอาทิตย์ พระจันทร์อมไม่ได้ ก็อมหัวแม่ตีนไปพลางก่อน แล้วจะแคล้วคลาดปลอดภัย มีโอกาสแก่ตายนอกคุก ฟังหมอทักแล้วซึ้งใจ อยากบริจาคขวานให้หมอสัก 2 แผล นึกในใจว่า ก็ไม่ใช่ไอ้พวกเชื่อหมอดูนี่เหรอ ถึงได้ไปนอนเล่นถึงดินแดนพรีเมียร์ลีกน่ะ

สองสามวันก่อน (กี่วันแล้วไม่รู้ ขี้เกียจจำ) กลับมาที่พักสามทุ่มแก่ๆ เปิดทีวีดู นึกว่าทีวีเสีย กดเปลี่ยนช่องมันก็ไม่เปลี่ยน กดช่องไหน ก็เสือกเหมือนเดิม กว่าจะรู้ว่าทีวีไม่เสีย ก็เกือบถีบทิ้งไปแล้ว หลังจากนั้น … (กำลังหาอะไรอมอยู่)

เปิดเข้าโต๊ะราชดำเนินตอนสี่ทุ่มกว่า อืดนรกเลย มาทำไรกันนักหนาวะ สักพักเดียว ล่มสนิท เน็ตอืดไปทั้งระบบ ไอ้น้องตัวดีมาวิเคราะห์ทีหลังว่า ประชาชนไม่สามารถรับข่าวสารทางทีวีและวิทยุได้ จึงต้องอาศัยผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต ฯลฯ แม่งฟังดูโคตรหรูเลย ดูคนไทยไฮเทคไงบอกไม่ถูก ไม่อยากขัดคอมันหรอก แต่ไอ้แก่บ้านนอกอย่างกู เข้าใจเอาเองว่า ก็ทีวีก็ดูไม่ได้ วิทยุก็ฟังไม่ได้ มันก็เปิดเน็ตหารูปโป๊ดูไปตามเรื่องซะมากกว่า ก็ขนาดมีประกาศคณะอะไรนั่นออกมา จำนวน peer ที่โหลดหนังโป๊บนเวบบิท ไม่เห็นมันจะลดน้อยถอยลงเลย แถมจะมากขึ้นซะอีก ท่าจะว่าง

เอาเถอะ ใครจะเป็นนายก นายข ชาวนาชาวไร่บ้านนอกจนๆแบบกูก็ไม่แตกต่างหรอก ยังเป็นหนี้ ยังซื้อของแพงเหมือนเดิม ไอ้หน้าไหนบอกอยู่บ้านนอกค่าครองชีพถูก ถุย กูน่ะซื้อของใช้แพงกว่าคนกรุงทั้งนั้น ไม่มีห้างห่าสารพัดที่แข่งกันลดราคา มีแต่ร้านค้าในหมู่บ้าน ทีน้ำมันเบนซินใส่ขวดแม่โขง ขวดละ 35 ไอ้ที่พวกกูอยู่กันได้ เพราะอดทนและทนอดเอาหรอก ทำงานตากแดด ตากฝน ทุกวัน ทั้งเดือนทั้งปี ไม่มีโอที ไม่มีพักร้อน ปีๆนึงรายได้ไม่กี่หมื่น ยังมีหมามาบอกว่า อยู่บ้านนอกมีเงินใช้วันละร้อยก็หรูแล้ว หรูห่าอะไรล่ะ ก็กูมีกันแค่ไหน กูก็ต้องใช้แค่นั้น ไม่ได้มีบัตรรูดนรก บัตรผ่อนเจ็ดชั่วโคตร แบบคนกรุง นี่หว่า บางทีก็งง เงินเดือนก็เยอะกว่าไม่รู้กี่เท่า ซื้อของกินของใช้ก็ถูกกว่า ยังหน้าด้านเป็นหนี้กันอีกเหรอวะ อ้างว่าเมืองกรุงค่าครองชีพสูง ไม่จริงหรอก ค่าครองกิเลสกับค่าครองตัณหามันสูงต่างหาก แล้วยังมีหน้าจะมาสั่งสอนคนบ้านนอกเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงอีก คนบ้านนอกน่ะ เขารู้ดีและเข้าใจดีกว่าไอ้พวกจบปริญญาเสียอีกเรื่องนี้ หน้าด้านจริงๆ

อย่างที่บอก ช่วงนี้หมอดูทัก เลยได้แต่ ไล่เตะหมา ท้าคนแก่ รังแกเด็ก ไปตามเรื่องตามราว ทั้งๆที่มีเรื่องจะบ่น จะเห่า อีกหลายเรื่อง แต่เอาไว้ก่อนแล้วกัน ตอนนี้ขอพาหมาในปากไปฉีดวัคซีนเสียก่อนแล้วกัน

2 comments

  1. “อ้างว่าเมืองกรุงค่าครองชีพสูง ไม่จริงหรอก ค่าครองกิเลสกับค่าครองตัณหามันสูงต่างหาก” .. โป๊ะเช๊ะครับ

  2. ปี 2543 ครอบครัวผมได้ประสบปัญหา หมดเนื้อหมดตัว บ้านแตกสาแหรกขาด ซึ่งแน่นอน สำหรับคนธรรมดา ที่สวดมนต์ไหว้พระ ทำบุญอย่างเรา ก็ต้องคิด ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ และ ก็ศึกษาธรรมะ ปลอบใจตัวเอง ว่าเป็นกรรมเก่า ซักวัน…..กรรมเก่าหมด … อะไรก็คงดีขึ้น ซึ่งตอนนั้นผมได้รู้ ว่าหากไม่มีพระธรรมเป็นที่พึ่ง ก็คงไม่เหลืออะไรแล้ว

    และแน่นอน ก็เหมือนคนอื่น ๆ อยากจะรู้อนาคต ว่าเมื่อไร ถึงจะหมดกรรม อยากได้ที่พึ่ง เพื่อปลอบใจตัวเอง หวังตามคำร่ำลือ ที่อ่านหนังสือ หรือได้ยินมา ว่าสิ่งนี้คงช่วยเราได้ ถึงแม้โดยสามัญสำนึก ของคนที่อ่านหนังสือธรรมะ (ธรรมชาติ) ว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม หมอดู ถ้าเก่ง คงช่วยตัวเองให้รวยแล้ว จะมาแนะนำคนอื่นอย่างไร.. แต่ก็อยากรู้ ผมเลยไปชมรมแห่งหนึ่ง….แถวดินแดง ที่มี หมอดูที่โฆษณา ว่า โยคีตาทิพย์ ให้เขาทำนาย…

    ….เขา ก็ทายแม่นนะ ว่าผมชอบพระ เขาแนะนำให้ขอพรพระ เพราะเคยเป็นพระเมื่อชาติก่อน อนาคต ดีแน่นอน อีกหลาย ๆ ปี (สังเกตุ พวกนี้ จะชม เรา ก่อน ให้กำลังใจ ว่าอีกหลายปี จะหมดกรรม เอาอนาคต ที่ยังมาไม่ถึง มาล่อเรา และเก็บเงิน 200 บาท ให้ชมรม เขาไม่ได้เอาเอง)

    ….ผ่านมาอีก ปี สองปี ปี 2545 มันก็ยังไม่ดีขึ้น ยิ่งขมขื่นหนัก ผม ก็อยากเจอหมอดูคนนี้อีก คราวนี้ ต้องไปบ้านเขา แถว ซอย มัยลาภ เกษตรตัดใหม่ ต้องจ่ายเงิน 500 บาท ผมขอร้อง ทำไมแพงนัก ที่ชมรม…นั่นจ่ายแค่ สองร้อย เขาอ้างว่า ผมเอามาทำบุญ สองร้อยครั้งก่อน (ปีก่อน) ให้ชมรม คุณจะรู้ทุกอย่าง ผมเสียดายเงินมาก ๆ ลังเลอยู่นาน ด้วยความทุกข์ไม่หาย เลยเจียดเงิน ไปเพิ่มทุกข์ตัวเอง ไปหาหมอดู โยคีตาทิพย์.. สุดท้าย ก็สบายใจ เพราะได้กำลังใจ แต่หมอดูตอบไม่ได้ ว่าจะดีขึ้น ปีไหน พ.ศ. ไหน ได้แต่คำปลอบใจ ว่า ไม่กี่ปี จะดีขึ้น (พูดเหมือนเดิมอีกแล้ว) และจ่ายเงินตามระเบียบ

    ปี 2545 ผมเดือดร้อยหนัก ตกงาน ลำบากแสนสาหัส น้องชายป่วย พ่อกับแม่ลำบากมาก แม้เงินร้อยสองร้อย ผมยังมีให้แม่ไม่ได้ ผมเครียดมาก โทร.หาหมอดู โยคีตาทิพย์อีกแล้ว เพราะไม่มีที่พึ่ง หมอดูคนนี้ เก็บเงินตามระเบียบ ค่าดู 500 แล้วบอก ราหูเข้า ต้องทำพิธี สะเดาะเคราะห์ 600 บาท ค่าครูลดพิเศษ จะเอาไปทำบุญ ผมกลืนน้ำลาย คนมีเคราะห์ ยังเก็บเงิน เขาบอก ค่าครูครับ ครูกำหนดมา เอาไปทำบุญให้ครูบาอาจารย์ แล้วจะดีขึ้น…(ผมทบทวนความหลัง ตัวเองเหมือนควายจริง ๆ ) แต่ตอนนั้น เหมือนคนจมน้ำ กิ่งไม้เล็ก ๆ ก็ต้องคว้า ..ผมจ่ายไป 1,100 บาท แล้วไปดิ้นรนเกือบปี ผ่านพ้นไปดีขึ้น ได้งานใหม่เงินเดือนดี

    จากนั้นเริ่มมีความสุข โทร.หาหมอดูคู่กรรม เขาก็ดีใจด้วย เห็นไหม คุณผ่านไปได้ตามคำทำนวย ผมยกดวงให้คุณจนผ่าน (สังเกต พึ่งมายกดวงสำเร็จ ก่อนหน้านั้น ไม่เห็น ยกดวงให้ ผมก็นึกว่าเขาเก่ง) ก็เริ่มมีค่าอื่น ๆ ตามมา ค่าครู ขยับเป็นพันสองร้อย (ตามภาวะเศรษฐกิจ ผู้ทำ ) ค่าทำบุญ เอาวัตถุมงคลมาขาย องค์เป็นหมื่นๆ

    …เขาเก่งครับ แตะผมรู้เลย ผมมีเงินเหลือกี่บาท ผมก็ชื่นชม ว่าเก่งจริง (มาคิด ได้ทีหลัง วิชาอย่างนี้ พระท่านสรรเสริญไหม น่าฝึกไหม แตะปุ๊บ รู้ว่าคนนั้น มี่เงินกี่บาท)

    จิปาถะ โดยเฉพาะคำสอนยอดฮิตเขา

    “คุณมีเงิน กอดเงินไว้ ไม่เกิดประโยชน์ เอามาทำบุญ (กับผม) ดีกว่า เงินจะย้อนกลับร้อยเท่าพันทวี เห็นไหมชีวิตคุณดีขึ้นเรื่อย ๆ”

    ทุก ๆท่านครับ ผมบ้าตามเขา หมดไปเป็นแสน ๆ ต่อมา..ใกล้จบแล้ว

    เขาเอาวัตถุมงคล จตุคามมาขาย ผม ผมก็บ้าตาม หมดไปเป็นหมื่น ๆ เขาอ้างว่าเขาซี้ กับขุนพันธฯ ลูกขุนพันธ์ มาหาเขาบ่อย ๆ จนล่าสุด เขาขอเงินทำบุญให้วัดผาสามยอด อีก ซักหนึ่งหมื่น ผมก็อึกอัก ที่เป็นหมื่นเลยเหรอ เขาบอก ทำบุญนะ คุณรวยกว่านี้อยู่แล้ว ช่วยวัด ฝนตกหนัก ผมใจอ่อน ก็โอนให้

    เขาเล่าว่า เขากลับบ้านที่ จ.เลย พบพระพุทธสิหิงค์ปี 30 หลายองค์ เขาจะเก็บไว้ให้ผม ผมก็ดีใจ คงจะได้ฟรี พึ่งโอนเงินทำบุญให้ไปหมื่นหนึ่ง คงไม่เก็บเงินเราอีก ผมบอกเขาจะให้แฟน ไปให้พ่อตา เป็นของขวัญ

    หมอดูใจดีเหลือหลาย ดี ๆ ให้พ่อตาเป็นสินสอด

    (ขอย้ำ เขาไม่พูดเรื่องเงินอีก ผมก็คิดไปเองว่าคงไม่เก็บเงินผมแล้ว)

    ต่อมา เขาโทร.มาบอก ไปเอาพระที่หลานสาวสององค์ องค์ สีแดง กับสีดำ …คุณเอาเงินไปให้หลานสาวผมเลย องค์ละ ห้าพัน ผมก็โวยวาย อะไร นึกว่าให้ฟรี ผมโอนให้แล้วนี่ วันก่อน หมื่นหนึ่ง เขาอ้างว่า ใช้หมดแล้ว เขามีบัญชีวัดไว้อยู่ ผมขอร้อง ผมพึ่งถวายพระไตรปิฏก มา ผมเงินเหลือไม่เยอะ เขาบอกทำบุญนะ กล่อมสารพัด ต่อไปบุญจะสนองกลับมาร้อย ๆ เท่า (แต่ปัจจุบัน เงินออกไปเป็นแสน ๆ แล้ว)

    ผมเจ็บช้ำ มาก ๆ แต่รับปากแฟนแล้ว แฟนไปบอกพ่อเขาแล้ว ผมจะให้พุทธสิงหิงค์ ปี30 ผมเลยจำใจไปเอา กดเงินมา ห้าพัน กะจะเอาองค์หนึ่ง พอเห็นพระ พระสวยดี เลยโทร.ไปต่อ ว่าผมเอาองค์เดียวนะ หมอดูบอกว่า

    ไม่ได้ ๆ เขามากันเป็นคู่ คุณจะเอาองค์เดียวได้ไง

    อาจารย์ ผมพึ่งถวายพระไตรปิฏกไปนะ ผมโอนให้แล้ววันก่อนหมื่นหนึ่งนี่นา

    ใช้หมดแล้ว คนละส่วนกัน วัดเขามีบัญชีอยู่

    ทำไมต้องยัดเยียดให้ผมด้วยล่ะ

    ไม่ได้ยัดเยียด พระพุทธสิงหิงค์เสริมดวงสุดยอดเลยนะ ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว

    ผมขอองค์เดียวก็พอ

    ไม่ได้ ๆ

    ผมมีเงินห้าพันเองนะ

    ก็ไปกดมาซี่

    ผมสะอึก เจ็บช้ำ นี่หรือนักปฏิบัติธรรม ลูกศิษย์หลวงพ่อ โอภาสี นี่หรือคนที่มีเมตตา แต่ผมรับปากแฟนไว้แล้ว เขาคงรู้เรื่องนี้ เลยจำใจไปกดเงินมาอีกห้าพัน รวมเป็นหมื่นหนึ่งให้หลานสาวเขาไป โทร.บอกเขา เขาก็อนุโมทนาสาธุ ตามเรื่องตามราว ชมใหญ่ ว่าทำบุญได้ดีแล้วต่อไปจะรวย ๆ นะ

    หลังจากนั้น ผมสาบานกับตัวเอง ว่าจะไม่ยุ่งกับเขาอีก ผมทำใจอยู่นาน เพราะอายความโง่ตัวเอง เสียแรงมีความรู้ มีงานทำ กลับโง่ให้เขาหัก คอ หลอกจนหมดตัว พ่อกับแม่ต้องเดือดร้อนเพราะผม……….

    ขอย้ำทุกท่าน บทเรียนผมสอนว่า ระหว่างมีทุกข์ คนเราจะหา ที่พึ่ง โปรดใช้สติให้ดี อะไรที่ทำให้เราทุกข์มากขึ้น อะไร ที่ช่วยเรา ไม่มีใครหนีกรรมพ้น แต่ผ่อนได้ ด้วยปัญญา

    ใครอยากพบเขา เชิญครับ เชิญพิสูจน์ด้วยตนเอง

    081-3801400 อ.อรุณ พิมพ์งาม

    บทเรียน คือสิ่งที่ผิดลาด ให้เราฉลาดขึ้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s