ย้อนอดีตด้วย Linux

Red%2520Hat%2520Enterprise%2520Linux%25206%2520-%2520Install%2520Shell

กว่า 20 ปีมาแล้ว ที่ตาแก่คนนี้รู้จักกับ Linux ตั้งแต่ยุคที่ยังใช้ Windows 3.11 อยู่ จำไม่ได้ว่าไปรู้จักมันได้อย่างไร แต่จะว่าไปก็อดดีใจกับตัวเองไม่ได้ ที่ตอนนั้นกระแดะจะใช้ Linux กับเขาบ้าง ถึงวันนี้ก็เลยได้อาศัยความรู้เก่าๆ เอามาใช้กับงานใหม่ๆ ได้อย่างที่ตัวเองก็คิดไม่ถึง

ว่ากันตามตรงตอนที่เริ่มเรียนรู้ หัดติดตั้ง หัดใช้งาน ผมก็คิดอยู่ตลอดเวลาว่า ใครจะใช้วะ เพราะมันยากตั้งแต่ติดตั้ง การลงไดรเวอร์อุปกรณ์ต่างๆ แค่การ์ด LAN ก็แทบจะไปไม่รอด พอๆ กับการ์ดจอ ที่สุดท้ายผมต้องยอมใช้งานใน Text Mode เอา เพราะไม่มีปัญญาจะลงไดรเวอร์การ์ดจอเพื่อใช้ startx กับเขาได้

แต่ก็อย่างที่บอกล่ะครับ เพราะความกระแดะจะใช้งาน ก็เลยหาทางงมมันจนพอใช้ได้บ้าง งมมาตั้งแต่ RedHat 5 มาใช้งานได้จริงก็ปาเข้าไป RedHat 6 เข้าไปแล้ว แต่เพราะความขี้เกียจลงไดรเวอร์การ์ดจอของผมนี่แหละ ผมเลยถนัดใช้งานแต่ใน Text Mode ที่ต้องกระหน่ำพิมพ์คำสั่ง แต่มันก็ความรู้สึกเดียวกับใช้ DOS ยังไงยังงั้นเลยครับ จำคำสั่งให้ได้ แล้วก็พิมพ์สั่งไป

image03

จาก RedHat 6 ที่ผมเริ่มเอามาทำมาหากินกับการใช้เป็น web Server และ Proxy Server มาถึง Debian, Mandrake จนมารุ่นหลังอย่าง Fedora หรือ CentOS ผมก็เริ่มห่างจาก Linux ออกไป เพราะมีงานอื่นๆ ให้ต้องไปหมกมุ่นแทน จะมีแวบไปใช้ Ubuntu บ้างในบางโอกาส แต่ก็น้อยเหลือเกิน

ช่วงหลังๆ งานมันเริ่มเปลี่ยนไป จากเคยทำงานบน Windows บน OSX วันนี้กลับมาทำบน Raspbian บน Android ตอนแรกผมก็ถอดใจ ก็มันแก่เกินกว่าจะมานั่งเรียนรู้ใหม่แล้วล่ะครับ คงไม่ได้แน่ๆ แต่พอเห็น OS แล้วก็เกิดความรู้สึกอย่างที่บอกไปตอนต้นเลยครับ รู้สึกดีใจ ที่เมื่อก่อนกระแดะจะใช้ Linux จากไอ้ที่จะต้องเรียนรู้ใหม่หมด ก็เหลือแค่บางส่วนเท่านั้น ตาแก่คนนี้ยังพอนั่งอ่าน นั่งศึกษาไหวครับถ้าแค่นี้

ชีวิตมันยังต้องเดินต่อไป สู้ไหวก็ต้องสู้กันไปล่ะครับ แต่ทุกครั้งที่ใช้งาน อดนึกถึงเรื่องราวสมัยก่อนที่ยังใช้ RedHat ใช้ Mandrake ทำมาหากินไม่ได้ จนบางครั้งต้องแอบยิ้มกับเรื่องราวเหล่านั้น

ไม่ใช่แค่บทเพลง ที่ทำให้เรานึกถึงอดีต โปรแกรมคอมพิวเตอร์มันก็ทำให้เราย้อนกลับไปคิดถึงอดีตได้เหมือนกันนะครับ

ตาแก่จะกลับมาทำสวน

IMG_20161226_173402

พอโดนเขาเอาร้านคืน ตาแก่บ้านนอกอย่างผมก็กลับสู่สถานะตกงานอีกครั้ง ผมห่างหายจากสถานะนี้มาถึง 9 ปี จนคิดว่าจะไม่ต้องตะเกียกตะกายหางานทำอีกแล้ว เพราะจวนจะเกษียณอยู่รอมร่อแล้ว แต่อะไรมันจะเกิดก็ให้มันเกิดไปเถอะครับ ไม่มีร้านก็ไม่มี งานการก็ไม่มี หันซ้ายหันขวา ถามตัวเองในกระจกว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี มันก็ไม่ตอบผมสักคำ

IMG_20161108_154354 IMG_20161219_155712

25 พฤศจิกายน เป็นวันสุดท้ายที่ผมเปิดร้าน หลังจากนั้นผมใช้เวลา 2 วันในการขนข้าวของออกจากร้านไปไว้ที่บ้านเช่า เพื่อคืนร้านก่อนสิ้นเดือน ก็เป็นอันว่าปิดหน้าประวัติศาสตร์ของผมไปอีกบท จากนั้นเป็นเรื่องที่ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า จะเอายังไงกับเวลาที่เหลือของชีวิตให้อยู่ได้แบบที่ไม่ต้องไปขอใครเขากิน

ผมใช้เวลาพอสมควรที่จะหาคำตอบให้ตัวเอง ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่มี และคนบนโลกนี้ก็ไม่มีใครมี แต่ก็ต้องหาจุดที่เป็นไปได้ที่สุดที่จะไปยืน แล้วผมก็ตัดสินใจว่า กลับไปทำสวนเถอะวะ มันเป็นหนึ่งในแค่สองอย่างที่ผมทำเป็น ถึงจะทิ้งมันมา 10 ปีแล้วก็ตามที

หลังจากหาที่ทางได้ ผมก็จ้างรถขนสมบัติทั้งหมดไปไว้ในสวนที่ผมจะไปทำในช่วงเกือบสิ้นปี ช่วงนี้ผมก็อาศัยหน้าด้านไปทำงานให้ลูกค้าเก่าๆ ตามโรงงาน ให้พอได้ค่าข้าวยาไส้กันตายไปก่อน ส่วนงานสวนก็ต้องค่อยๆ ทำไป เพราะคราวนี้ไม่มีนายทุนมาลงทุนให้เหมือนสวนก่อนๆ จะทำอะไรเลยต้องเกรงใจกระเป๋าเงินด้วย

พวกน้องๆ พอได้ข่าวว่าผมกลับมาทำสวน ก็พากันตื่นเต้น ทำยังกับผมไม่เคยทำสวนมาเลย ไม่รู้จะตื่นเต้นไปทำไม บางคนก็ฝันแทนผมไปถึงไหนๆ ผมก็ได้แต่นั่งดูพวกมันเพ้อกันไป เอาเถอะ ใครจะเกษตรอินทรีย์ เกษตรชีวภาพ เกษตรพอเพียงอะไรก็ตามสบายกันเถอะครับ ตาแก่คนนี้ขอทำ “เกษตรพอกิน” แค่นั้นก็พอแล้วครับ

ไว้คราวหน้าจะเอาภาพสวนมาอวดกันครับ ตอนนี้ตาแก่ขอไปรื้อของหากระป๋องสตางค์ไปซื้อข้าวกินก่อนครับ

เกษตรกรรม กรรมของเกษตรกร

IMG_20170116_203211_rz 

เกษตรกรเป็นอาชีพที่มีจำนวนชั่วโมงทำงานมากกว่าอาชีพอื่น แต่มีรายได้ต่อชั่วโมงน้อยกว่าอาชีพอื่น สวัสดิการอะไรก็ไม่มี ไอ้ที่มีก็ยังจะถูกตัดออก เป็นลูกค้าธนาคารก็ยังกับเป็นขี้ข้า เป็นลูกทาสในเรือนเบี้ย โดนขู่โดนเอาเปรียบ ขณะที่อาชีพอื่นไปกู้ ก็ยังมีสภาพเป็นผู้เป็นคนมากกว่า ข้าวของที่หน่วยงานรัฐ เอาเงินภาษีไปซื้อมาแจก แล้วทำตัวยังกะมันควักเงินซื้อมาเอง ก็ต้องรักษาให้ดี เพราะมันมาแบบป่วยๆ ต้องเอามารักษาต่อ ฯลฯ

แต่เกษตรกรก็เป็นอาชีพในฝัน ของหนุ่มสาวในเมืองที่ดูละครทีวีเยอะไป อ่านนิยายไทยเยอะไป อ่าน pantip เยอะไป เป็นอาชีพในฝันของบรรดาคนแก่ ที่เกษียณแล้วหมดทางไป รวมถึงคนวัยทำงาน ที่ถูกภาคอุตสาหกรรมโละออกมา ยามไม่ต้องการใช้แรงงาน

ภาคเกษตรบ้านเราเลยกลายเป็นถังขยะบุคลากรใบใหญ่ ที่ใส่ผู้คนสารพัดแบบ สารพัดแนวคิด ตั้งแต่ฉลาดสุดไปถึงโง่ชิบหาย แล้วใครมันจะพัฒนาการเกษตรบ้านเรา บนพื้นฐานผู้คนสารพัดแบบอย่างนี้ได้ แค่ตามแก้ที่บางพวกสร้างความชิบหายแล้วเปิดตูดไป ไม่ว่าขนน้ำทะเลมาเทลงนา หรือหาสัตว์เอเลี่ยนสปีชี่ส์มาปล่อยในธรรมชาติ ก็แย่แล้ว รวมถึงภาวะ”เสือกคิดเหมือนกัน” ที่พากันแห่ปลูกพืชเหมือนกัน ทำให้ตอนปลูก ปัจจัยการผลิตของพืชนั้นราคาพุ่งพรวด เพราะมีไม่พอ แต่พอเก็บเกี่ยวราคาขายก็พุ่งลงพรวดเหมือนกัน เพราะมันล้นตลาด

โลกไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ชีวิตไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง

15338673_1446839298661429_8011854757310161229_n

มันเป็นเรื่องปกติที่โลกไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ชีวิตไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง อะไรทำไม่ได้ก็อย่าทำ ไปไม่ได้ก็อย่าไป

วันนี้และตอนนี้ ผมควรไปอยู่ในที่ที่มีแต่เพื่อนฝูงเต็มไปหมด มันเป็นงานรียูเนียนครบรอบ 30 ปีที่จบมา แต่ผมก็ไม่ได้ไป ตั้งแต่เช้า เพื่อนสนิทหลายคนโทรเข้ามาหาตลอด จนถึงช่วงบ่าย ทุกคนคิดว่าผมจะไป ..ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน จนถึงเมื่อวาน

เช้านี้ผมตื่นขึ้นมา พร้อมกับการตัดสินใจที่จะไม่ไปร่วมงาน
ช่วงนี้ผมจะขยับตัวทำอะไร เรื่องราวมันไม่ได้ง่ายอย่างหลายๆ คนคิด มันต้องคิดมากกว่าเดิม
ตั้งแต่ปิดร้าน กลับมาเป็นคนตกงาน แต่ภาระยังมีเหมือนเดิม ทำให้ยิ่งต้องคิดมากกว่าเดิมอีก

จนถึงวันนี้ แผนที่ผมวางเอาไว้ ก็ไม่รู้เลยว่าจะทำได้แค่ไหน ถ้าไม่ได้จะทำอย่างไรต่อไป ผมยังคิดแผนสองไม่ออก
ตอนนี้แผนสองเท่าที่คิดได้ก็คือ ทำแผนแรกให้สำเร็จ

บางช่วง ความคิดมันก็เตลิด คิดไปไกลกว่าที่วางแผนไว้ ..ไอ้นั่นแหละที่น่ากลัว
ผมพยายามถอยความคิดกลับมาตรงที่ค่อยๆ ทำไป โดยไม่คาดหวังอะไร ..ไอ้นี่แหละที่ยากที่สุด

การยอมรับกับความเป็นจริงที่เกิดตรงหน้า เป็นสิ่งที่ไม่ต้องใช้ความรู้หรือความสามารถพิเศษอะไรเลย
แต่ก็แทบไม่มีใครทำได้  เพราะเรายังคิดกันได้อยู่ ยังคิดเข้าข้างตัวเองกันอยู่

ฟ้าในหน้าหนาวมืดเร็วกว่าปกติ ชีวิตผู้คนบนโลกใบนี้ดำเนินต่อไป ในเมืองเริ่มเปิดไฟ บ้านนอกก็เริ่มก่อไฟ
ผู้คนต่างคาดหวังให้ชีวิตตัวเองดีกว่านี้ คาดหวังให้ทุกสิ่งเข้าข้างตัวเอง

มันเป็นเรื่องปกติที่ โลกไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ชีวิตไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง อะไรทำไม่ได้ก็อย่าทำ ไปไม่ได้ก็อย่าไป
..ชีวิตมันยากพอแล้ว ไม่เห็นต้องทำให้มันยากไปกว่าเดิมอีกเลย

ทุ่งนาคำนึง

1656192_812362308790924_1635267083_n

ยามตะวันนั้นจะจากฟ้า แดดเหลืองเรืองรองนภา นกกาผกโผกลับรัง
ครวญเฝ้าคิดถึงแต่ก่อนครั้ง สองเราหลบเงาร่มบัง เธอยังยั่วยิ้มพิมพ์ใจ

ลมพัดทวนหวนจิตคิดถึง เสียงเพลงที่เคยคำนึง ส่งถึงคนอยู่แสนไกล
อาทิตย์ลาลับหมู่ทิวไม้ เหมือนพี่ที่จะสิ้นใจ รักใยมาห่างร้างลา

มีวันไหนไร้ทุกข์ใจบ้าง ตรอมตรมขมขื่นอ้างว้าง ดุจเดือนจากดวงดารา
น้ำในคลอง ร้องสั่งหวังเจ้ากลับมา กิ่งไผ่เริ่มเฉาโรยรา รอเวลาเจ้ากลับคืน

เมฆสีทองลองท่องทั่วฟ้า ตะวันจวนจะลับลา กานดาเจ้าอย่าเป็นอื่น
วอนหัวใจรักให้ยั่งยืน มั่นคงตราบวันและคืน เหมือนคลื่นสาดซัดหาดทราย

สหัสเดชะ
2531

ตู้เย็นเก่า

IMG_20160423_233547

ปีนี้ผมยังไม่ได้บ่นเรื่องอากาศร้อนลงในบล็อกแบบทุกๆ ปีเลยครับ แต่ดูเหมือนจะมีคนช่วยบ่นกันมากมายมหาศาลแล้ว เลยขอยกยอดไปก่อน ไว้เรื่องหน้าหรือเรื่องต่อไป จะมาบ่นให้ฟังเหมือนทุกปี ถ้ามันยังไม่เลยหน้าร้อนนี้ไปเสียก่อน แต่ผลพวงของอากาศที่ร้อนจัดปีนี้ ทำให้ผมต้องตัดสินใจเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากเรื่องหนึ่ง… เปลี่ยนตู้เย็น

ก็คงต้องเล่าเบื้องลึกเบื้องหลังของตู้เย็นตัวปัจจุบันที่ผมใช้อยู่สักหน่อยนะครับ ตู้เย็นตู้นี้ผมไม่ได้ซื้อมา แต่ผมได้รับมาจากอาจารย์ของผม ตั้งแต่ตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ตอนนั้นอย่าว่าแต่ซื้อตู้เย็นเลย แค่พัดลมตัวหนึ่ง ยังได้เจ้าของบ้านเช่าแกเมตตาให้มาใช้ ไม่อย่างนั้นคงได้นอนสำลักเหงื่อตัวเองตายเข้าสักวัน

ตู้เย็นที่ได้มาเป็นตู้เย็นรุ่นเก่ามากอย่างที่เห็น ไม่มีหรอกครับไอ้ระบบละลายน้ำแข็ง หรือระบบอะไรต่ออะไรแบบที่ปัจจุบันเขามีกัน มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจุดมุ่งหมายอย่างเดียว คือให้ของที่อยู่ข้างในมันเย็น นอกจากนั้นไม่ใช่หน้าที่ของมัน ซึ่งมันก็ตรงกับความต้องการของผม ที่ต้องการแค่แช่อะไรให้มันพอจะเย็นได้บ้าง อย่างเช่นน้ำที่กิน และที่ตรงกับความต้องการมากก็คือ ไม่ต้องเสียเงิน

ผมเอาเจ้าตู้เย็นตัวนี้มาใช้งานตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ เป็นเวลาเกือบสิบปี มันก็ไม่เคยงอแงหรือไม่ทำงานสักครั้ง เพียงแต่น้ำแข็งมันเริ่มเต็มช่องแช่แข็งเร็วขึ้นทุกที ฝาปิดช่องต่างๆ ชั้นวางของ เริ่มกรอบหัก ใช้งานไม่ได้เหมือนเดิม แต่ปีนี้อาการมันเข้าระยะสุดท้ายคือ เอาอะไรไปแช่ก็เสียหมด ข้าวก็บูด นมก็เสีย ขนมปังก็ขึ้นรา จนต้องตัดใจว่า มันคงไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้อีกต่อไปแล้ว

วันนี้ผมเลยออกไปมองหาตู้เย็นใหม่มาแทนมัน ในที่สุดก็หาได้ในราคาประมาณหกพันบาท อย่าคิดว่าจะมีเงินซื้อนะครับ อาศัยผ่อนกับอิออนเขาเอา เขาให้ผ่อนได้ 10 เดือน ก็เอาเต็มพิกัดล่ะครับ ตามประสาคนทำมาหากิน ไม่ใช่ทำมาหาเก็บ เสียดอกเบี้ยให้เขา ก็ยังดีที่มีของให้ใช้

ส่วนตู้เย็นเก่า อยู่กับผมมาเกือบสิบปี ถึงจะเสียดายมันแค่ไหน แต่มันก็ถึงเวลาของมันแล้วล่ะครับ อย่างน้อยมันก็ภูมิใจได้ว่า มันได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ อย่างซื่อสัตย์มาโดยตลอด มันไม่เคยกินไฟแล้วไม่ยอมทำความเย็น มันเป็นตู้เย็นมีหน้าที่ให้ความเย็น มันก็ไม่เคยเลยเถิดไปทำอย่างอื่น ไม่เคยเปลี่ยนไปทำหน้าที่แทนเตาอบ แทนพัดลม หรือแทนเครื่องปรับอากาศ มันรู้บทบาทหน้าที่ของมันเป็นอย่างดี ไม่เคยคิดเองเออเองว่าสามารถทำหน้าที่อย่างอื่นได้ และมันก็ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มความสามารถ จนถึงวันสุดท้ายของมัน

ถ้ามนุษย์บางคนเข้าใจหน้าที่ตัวเองแบบตู้เย็นเก่าของผม ปล่อยให้คนที่เขามีปัญญา ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่มีปัญญาแต่คิดว่าตัวเองมี แล้วดันทุรังทำอยู่ โลกใบนี้คงอยู่กันง่ายกว่านี้เยอะเลยครับ

หนีร้อน ไปนอนทะเล

IMG_20160410_070714

ทั้งๆ ที่ผมสัญญากับตัวเองไว้ตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วว่า ช่วงสงกรานต์จะไม่ยอมไปเที่ยวทะเลอีก หลังจากที่ผมต้องไปเผชิญวิบากกรรมทั้งที่กิน ทั้งที่นอน ที่ระยอง ทำให้ผมเข็ดขยาดกับการไปเที่ยวทะเลในช่วงสงกรานต์แบบไม่เอาอีกแล้วชีวิตนี้ แต่ครั้งนี้ผมก็อดสงสารผู้คนในครอบครัวไม่ได้ ทำให้ผมต้องฉีกสัญญาที่ทำไว้กับตัวเอง เดินทางไปเที่ยวทะเลในช่วงวันหยุดยาวของสงกรานต์อีกครั้ง แล้วคิดเอาเถอะครับว่าจะเจออะไร

เรื่องมันเริ่มต้นจากผมได้รับข้อความจากน้องสาวในไลน์กลุ่มของครอบครัว ถามว่าใครจะไปเที่ยวสัตหีบบ้าง จะจองห้องพัก ผมค่อนข้างจะงง เพราะมันกับน้องชายผมเพิ่งจะกลับมาจากเที่ยวฮ่องกงกันได้สัปดาห์เดียว จะเที่ยวอะไรนักหนา ผมว่าคงไม่ใช่ผมคนเดียวที่งง เพราะไลน์ตระกูลมันนิ่งสนิทไปแบบกระทันหัน ทุกคนคงจะอึ้ง เลยยังไม่ตอบอะไรกัน

แต่สำหรับผมที่ไม่ตอบ มันคงเป็นเรื่องปกติ เพราะครั้งสุดท้ายที่ไปเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว ก็ที่ไประยองที่ผมเล่าไว้แต่แรกนั่นแหละครับ หลังจากนั้นผมก็ไม่มีโอกาสไปเที่ยวพักผ่อน ใช้เวลากับครอบครัว กับพี่น้องอีกเลย ไม่ว่างานไหนถ้าไม่ปฏิเสธ ก็ไม่ตอบ ไม่ไปมันดื้อๆ จนทุกคนเลิกหวังว่าผมจะไปด้วยอีกแล้ว

แต่ครั้งนี้อาจเป็นเพราะผมเริ่มแก่มากแล้ว น้องๆ ก็แก่กันหมดแล้ว น้าสาวผมก็ไม่รู้จะไปไหวอีกกี่ครั้ง ลูกๆ ก็จะได้ไปด้วย ถึงจะไม่ครบทุกคนก็ตาม ทำให้ผมตอบตกลงว่าจะไปกับเขาด้วย

เพราะปกติไม่เคยไป แต่ครั้งนี้ดันทะลึ่งจะไป ปัญหาเลยงอกตั้งแต่การเดินทางเลยล่ะครับ เริ่มจากคิดกันว่าให้ทุกคนขับรถไปกันเอง ก็เริ่มมีปัญหาที่บางคนไปไม่ถูก ผมก็มีข้อจำกัดที่ขับรถกลางคืนไม่ไหวแล้ว น้องชายผมก็รู้สึกเหนื่อยที่ต้องมาขับรถในวันหยุด น้องสาวผมเริ่มวางแผนให้ลูกผมขับรถไปบ้านน้องชายผม เพื่อให้น้องชายผมขับรถต่อไปยังบ้านน้องสาวผม เพราะลูกผมขับรถไปบ้านน้องสาวผมไม่ถูก จากนั้นก็จะไปขึ้นรถน้องสาวผมไปสัตหีบกัน ส่วนน้องชายคนเล็กผมก็ต้องขับรถพาน้าสาวผมกับหลานๆของผมก็คือลูกๆของมันไป ลูกสาวคนโตผมต้องไปหาหมอก่อนเพราะมีนัด แล้วค่อยนั่งรถตู้ตามไป ส่วนผมก็พาไอ้ตัวเล็กกับแม่ของมันขับรถร่วมหกชั่วโมงไปเอง

วุ่นวายดีไหมครับตระกูลนี้ แค่ฟังแผนมันผมก็มึนแล้ว นี่ยังไม่คิดถึงขากลับเลย ว่ามันจะเดินหมากกี่ชิ่ง ถึงจะกลับได้ถึงบ้าน
หลังจากถกเถียงกันมาสองวัน ในที่สุดน้าสาวผมก็สรุปเองเลยว่า เช่ารถตู้ไปหนึ่งคัน น้องสาวผมจะขับรถไปเอง ก็เอารถยนต์ไปอีกคัน
จบเรื่อง ซูสีไทเฮาสั่ง ใครจะกล้าขัดราชโองการ

แต่ยังครับยังไม่จบแค่นั้น หมดจากเรื่องรถ ก็มาถึงที่พัก ก็พยายามจองมันจนได้ แม้ห้องพักมันจะได้คนละที่แต่อยู่ในบริเวณเดียวกัน แค่นั้นก็เอาแล้ว เรื่องที่พักนี่ผมก็รู้สึกหวั่นไหวอยู่สักหน่อย เพราะอดคิดถึงเมื่อคราวไประยองครั้งที่แล้ว ที่ทำเอาผมเข็ดมาเป็นสิบปีไม่ได้ ก็ได้แต่หวังว่าคราวนี้คงไม่เป็นอย่างนั้นอีก

จนถึงวันเดินทาง ผมหอบกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นรถตู้โดยสารจากต่างจังหวัดเข้ากรุง เพื่อมาขึ้นรถตู้ที่เช่าไว้อีกที แค่รถออกจากบ้านเริ่มเดินทาง เราทุกคนดีใจที่คิดถูก เช่ารถไป เพราะมันติดจริงๆ จะติดเอาสถิติไปลงกินเนสบุ้ครึไงไม่รู้ แต่ที่รู้คือผมหลับ จะติดนานแค่ไหนก็เชิญเลย

IMG_20160410_110550

หลังจากแวะกินข้าวที่ชลบุรี กับแวะซื้อกล้วยแขก ข้าวเม่าทอดข้างถนนที่สัตหีบแล้ว รถตู้ก็พาเรามาถึง หาดนางรำ ที่สัตหีบ พวกเรามาถึงประมาณบ่ายสามโมงเห็นจะได้ คนมาเที่ยวเยอะมากจนแทบไม่มีที่จอดรถ จากนั้นก็ช่วยกันขนข้าวของ ที่ดูราวจะมาพักสักเดือนหนึ่งมากกว่าคืนเดียวแยกย้ายกันเข้าที่พัก และเพราะผมมาบอกหลังชาวบ้านเขา ห้องพักที่จองให้ผมได้เป็นห้องแบบเรือนแถว ซึ่งผมไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ แม้ว่าห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำรวม ที่อยู่แยกไปจากอาคารที่ผมพักก็เถอะครับ มันให้ความรู้สึกเหมือนกลับไปเข้าค่ายดีจริงๆ

IMG_20160409_160156

พอจัดเก็บข้าวของเข้าห้องเสร็จ ก็ไปรวมกันที่บ้านใหญ่ริมทะเลที่เช่าไว้ รอให้แดดมันร่มสักหน่อย จะได้ให้เด็กๆ ลงไปเล่นน้ำ หน้านี้แดดก็ดีจริงๆ ครับ กว่าจะเบาแสงลงก็เกินห้าโมงครึ่งเย็นเข้าไปแล้ว ครั้งนี้ผมก็ตั้งใจจะไปเล่นน้ำกับเด็กๆ สักหน่อย แต่ก็กำลังคุยกับน้องชายที่ไม่ค่อยได้เจอกันอยู่ เลยยังไม่ได้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

พอหกโมงเย็น ผมกำลังจะลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อมาลงเล่นน้ำกับเขาบ้างก็ได้ยินเสียง

“ปรี๊ด… ปร๊ด… ขึ้นได้แล้วครับ” ทหารนายหนึ่งเดินเป่านกหวีดไปตามชายหาด เรียกคนให้ขึ้นจากน้ำ

หาดปิดหกโมงเย็น…

น้องสาวมันไม่บอกผมสักคำ นี่ถ้าผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วกว่านี้สักนิด ลงไปเอาตูดแช่น้ำ แล้วโดนเรียกขึ้นเลย ได้มีเคืองกันบ้างล่ะครับ

ก็เอาเถอะครับ ถึงจะไม่ได้เล่นน้ำกับเขา แต่ก็ยังได้มานั่งรับลมทะเล แก้ร้อนกับเขาบ้าง
ปีนี้ได้ไปเที่ยวไหนๆ กับเขาบ้าง ได้ไปเที่ยวกับครอบครัวกับเขาบ้าง
ถึงหลายๆ อย่างมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวัง หลายอย่างไม่เป็นไปอย่างที่เราอยากให้มันเป็น
แต่ถ้าเราปรับใจให้ยอมรับมันได้ มองมันในด้านที่ดี ชีวิตเราก็พอมีความสุขได้บ้างนะครับ

12963406_1210967538915274_5814951947892574421_n

และสุดท้ายขอบใจน้องสาวน้องชายที่น่ารัก ที่บริการพี่ชายด้วยดี ทำให้ครอบครัวเรามีวันเวลาดีๆ ร่วมกันอีกครั้ง

แก่หรือท้อ

wanaka-fog_93384_990x742

ปีนี้ดูท่าว่าผมจะแก่ไปมาก แต่ละวันที่เลิกงานกลับมา รู้สึกว่าเหนื่อยมากจริงๆ ผมพยายามจะโยนความผิดให้กับความแก่ เพราะไม่อยากยอมรับว่าความท้อเริ่มขยายตัวขึ้นทุกวัน แต่ละวันเริ่ม ทำงานไม่สนุกเหมือนเดิม อาจเป็นเพราะปัญหาที่มากขึ้น หรือเพราะไม่ว่าจะพยายามเท่าไร มันก็ยังคงวนเวียนอยู่กับที่เหมือนเดิม อันนี้ก็ไม่รู้

แต่ที่แน่ๆ ปีนี้สังขารมันร่วงโรยไปมาก จนตัวเองยังแอบตกใจ สายตา กำลัง แม่แต่ความคิด มันเริ่มเสื่อมสภาพมากจนน่ากลัว เมื่อห้าหกปีก่อน ผมนั่งเขียนบล็อกได้ทุกวัน มีเรื่องที่ขบคิดในแง่มุมต่างๆมากมาย แต่วันนี้ แค่สัปดาห์ละเรื่องยังเขียนไม่ได้ เรื่องราวต่างๆ มองก็แค่เห็น มันไม่มีแง่มุมอะไรที่เก็บมาคิดเหมือนเมื่อก่อน เริ่มเป็นคนแก่ที่ไม่ค่อยจะมีความคิดไปเสียแล้ว

ชีวิตผมพยายามไม่ตั้งความหวังอะไร เพราะถ้าเราหวัง ก็มีโอกาสผิดหวัง แล้วก็เกิดทุกข์ แต่ชีวิตจริงของปุถุชนคนที่ยังมีกิเลสอย่างผม ไม่มีทางที่จะไม่ตั้งความหวังอะไรเสียเลย หลายเรื่องที่ตั้งความหวังก็แค่เรื่องพื้นๆ ที่ไม่น่าจะมีใครตั้งความหวังเสียด้วยซ้ำ ขนาดนี้ยังมีเรื่องราวให้หลายอย่างไม่เป็นไปตามที่คิด สิ่งที่ตามมาก็คือ ผิดหวัง เกิดทุกข์ พอหลายๆเรื่องเข้า ก็เริ่มท้อ พาลหมดแรงใจแรงกายไปเสียดื้อๆ

ไม่ว่าที่เกิดขึ้นจะเป็นเพราะความแก่หรือเพราะใจเริ่มท้อก็ตามที มันเป็นสัญญาณที่ไม่ดีสักเท่าไร ถ้าคนเราไม่มีแรงจะยืน จะสู้ ชีวิตจะดำเนินต่อไปได้อย่างไร แล้วคนที่ต้องพึ่งพาเรา พวกเขาจะทำอย่างไร

เอาเถอะครับ ไม่ว่าจะแก่หรือจะท้อ ก็คงยอมให้เป็นได้ตามธรรมชาติ แต่สิ่งที่ยอมไม่ได้คือการการยอมแพ้ เพราะนั่นหมายถึงอีกหลายคนที่ผมรักต้องลำบาก ฉะนั้นไม่ว่าจะแก่หรือจะท้อ ยังไงก็ขอลุยต่อจนกว่าจะยืนไม่ไหวก็แล้วกันครับ