ผมหยิบขนมถุงละ 5 บาท สองถุงที่วางอยู่บนโต๊ะ รู้สึกผิดขึ้นมาทันที
ผมลืม…ลืมเอาขนมให้ลูกไปโรงเรียน
ความหงุดหงิดก่อตัว แล้วเปลี่ยนเป็นโกรธตัวเอง ที่เรื่องแค่นี้ก็ละเลย
ทั้งๆ ที่รู้ว่า ขนมสองถุงนี้ไม่ได้ทำให้ลูกอิ่มแทนข้าวได้ ไม่ได้ทำให้ลูกหิวถ้าไม่ได้กิน
ที่สำคัญ ลูกอาจไม่ได้สนใจจะกินมันด้วยซ้ำ
ผมไม่ได้โกรธตัวเองเพราะถุงขนม แต่โกรธตัวเองที่ไม่มีความใส่ใจในหน้าที่ของพ่อ
มันไม่ใช่แค่ขนม แต่มันคือ ความห่วงใย ความใส่ใจ และความรัก ที่คนเป็นพ่อต้องมอบให้แก่ลูก โดยไม่ต้องใช้คำว่า หน้าที่ หรือสำนึก มาเป็นคำประกอบ
เวลาที่ผมจะมีให้ลูก ไม่ได้มีอีกมากมายนัก
ขนมที่ผมจะมีให้ลูก ก็ไม่ได้มีอีกมากมายเหมือนกัน
สำหรับคนอื่น สิ่งที่ผมให้ลูกดูเหมือนผมไร้สติ รักลูกแบบไม่มีบรรทัดฐาน ตามใจลูกจนไม่ดูเหตุผลและภาวะ
ผมยินดีซื้อตุ๊กตาที่ลูกอยากได้ ทั้งๆที่ผมควรจะเก็บเงินนั้นไว้ซื้อข้าวกิน แม้ผมจะรู้เต็มอกว่า ไม่กี่วันลูกก็คงไม่สนใจมันอีกแล้ว
แต่รู้ไหมว่าคนเป็นพ่อเลือกเห็นลูกยิ้มมากกว่าอิ่มท้อง
และเวลาที่ผมจะได้เห็นลูกยิ้ม ก็ไม่ได้มีเหลืออีกมากมาย
เวลาที่เดินเรื่อยไปด้วยจังหวะก้าวสม่ำเสมอ
ไม่เหนื่อย ไม่พัก ไม่รอ ไม่เคยเห็นแก่ใคร
ทุกสิ่งเปลี่ยนไป ไม่มีใครฝืนกฎได้
ลูกๆ เติบโตขึ้นทุกวัน พ่อก็ถดถอยลงทุกวัน
ความคิดของลูกเปลี่ยนไป แต่ความคิดของพ่อยังคงเดิม
ลูกเริ่มรำคาญที่พ่อโทรหาทุกวัน ถามคำถามเดิมๆทุกวัน สบายดีไหม กินข้าวหรือยัง มีการบ้านหรือเปล่า
จากวันละ 30 นาที เดี๋ยวนี้แค่เห็นเบอร์ก็แทบไม่อยากรับ
ไม่เคยอยากให้ลูกรู้ว่า ค่าโทรศัพท์ที่โทรหาทุกวัน ค่าโทรศัพท์ที่ลูกใช้อยู่ มันแลกมาด้วยอะไร
ก็ด้วยเหตุผลเดิม คนเป็นพ่อเลือกเห็นลูกยิ้มมากกว่าอิ่มท้อง
วันนี้มีขนมถุง 2 ถุง วางอยู่บนโต๊ะ
เวลาที่เปลี่ยนไปทำให้ขนมถุงละ 5 บาทไร้ค่าไปแล้ว
แต่ความห่วงใย ความใส่ใจ และความรัก ที่มีให้แก่ลูก มันไม่เคยไร้ค่าสำหรับพ่อ
มันยังคงเป็น ขนมของลูก เหมือนเดิม