Work and Life Records

มกราคม 6, 2007

ศพในเสา

Filed under: อยากเขียน — tomwork @ 5:07 pm

วันนี้ได้รับ FW Mail มาอีกหลายฉบับ ซึ่งผมมักจะงง เพราะไอ้คนส่งมากับผมไม่ได้รู้จักกันเสียเป็นส่วนใหญ่ ได้แต่นึกในใจว่า มันเอา mail กูมาจากไหนวะ แต่ก็ดีครับ ไม่เหงาดี เดือนที่แล้วได้รับ email พันกว่าฉบับ ไม่นับพวกโฆษณาบ้าเลือด spam ทั้งหลาย มี email คนรู้จักประมาณไม่ถึงร้อย ที่เหลือใครก็ไม่รู้ ขยัน fw กันมาจริงๆ ก็อ่านบ้าง ไม่อ่านบ้าง แต่ที่แน่ๆ ไม่เคย FW ไปให้ใคร ถ้าไม่ใช่เรื่องงานจริงๆ

มีฉบับหนึ่งที่ผมได้รับมาหลายครั้ง เป็นเรื่องของศพผู้หญิงที่อยู่ในเสาของสนามบินสุวรรณภูมิ เรื่องนี้เป็นกระทู้แนะนำของพันทิพเชียวนะครับ ก็มีการถกกันในเรื่องนี้ ก็มีทั้งคนเชื่อ คนไม่เชื่อ แต่ทำให้ผมนึกถึงละครเรื่องหนึ่งเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนจะเรื่อง เจ้ากรรมนายเวร ที่พูดถึงเรื่องของการเอาคนเป็นๆ ฝังลงไปกับเสาหลักเมือง เพื่อทำอาถรรพ์ ไอ้ที่เขียนไปน่ะ ไม่ได้ดูกับเขาหรอกครับ แต่ชอบเพลงประกอบ เพราะดี


เรื่องการฝังคนทั้งเป็น เพื่อทำอาถรรพ์น่ะ เขาลือกันมาตั้งแต่รุ่นทวดของทวดแล้ว เล่ากันว่าการสร้างพระนครครั้งโบราณจะต้อง ฝังอาถรรพณ์ 4 ประตูเมือง ต้องฝังเสาหลักเมือง และการฝังเสาประตูเมือง เสาหลักเมืองและเสามหาปราสาท จะต้องเอาคนมีชีวิตทั้งเป็นๆ ลงฝังในหลุมเพื่อให้เป็นผู้เฝ้าทวารมหาปราสาทบ้านเมือง ป้องกันอริราชศัตรู มิให้มีโรคภัยไข้เจ็บเกิดแก่เจ้าฟ้าพระมหากษัตริย์ผู้ครองบ้านเมือง ในการทำพิธีดังกล่าวนี้ต้องเอาคนชื่อ อิน จัน มั่น คง มาลงฝังในหลุมจึงจะศักดิ์สิทธิ์ และขณะที่นายนครวัฒกีเที่ยวร้องเรียกชื่อ อิน จัน มั่น คง ไปนั้น ใครเคราะห์ร้ายเกิดขานรับขึ้นมาก็จะถูกเอาตัวไปฝังในหลุม กลายเป็นผีเฝ้าหลักเมือง เฝ้าปราสาท เฝ้าประตูเมืองไป

แถมยังมีรายละเอียดอีกว่า คนที่ถูกฝังทั้งเป็นเพื่อเป็นผีคอยรักษาเมือง และพระราชวังนั้นต้องเลือกให้ ได้ลักษณะตามที่โหรพราหมณ์กำหนด ไม่ใช้นักโทษที่ต้องโทษประหาร แต่จะเป็นคนที่อยู่ในวัยต่างๆ กันมีตั้งแต่คนมีอายุ จนถึงเด็กทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทุกคนต้องมีฐานะดีเป็นที่ยกย่องในกลุ่มชน และต้องเกิดตามที่โหรกำหนด ถ้าเป็นชายต้องไม่มีรอยสัก ผู้หญิงต้องไม่เจาะหู เมื่อสั่งเสียร่ำลาญาติพี่น้องแล้วก็จะถูกนำตัวไปลงหลุม ญาติพี่น้องก็จะได้รับพระราชทานรางวัล

เอาเข้าไป แต่ว่าอย่าว่าแต่คนไทยเลย ขนาดฝรั่งมังค่ายังเอาไปจดบันทึก นำไปเขียนลงในหนังสือสยามโซซิเอตี เล่ม 7 ภาค 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1910 หน้า 18-19 ว่า

 “พระเจ้าแผ่นดินสยาม ทรงตีค่าของคนในปกครองของพระองค์น้อยนิดเดียว คือถ้ามีการสร้างพระราชวังหรือป้อมหรือตำหนัก ก็จับหญิงมีครรภ์ลงใส่หลุมทุกเสา ยิ่งได้หญิงที่ใกล้คลอดลูกยิ่งดี เรื่องการซ่อมสร้างพระราชวังและป้อมนี้ ทำให้หญิงชาวอยุธยาเดือดร้อนเป็นอันมาก เพราะเหตุเรือนในสยามทั้งสิ้นสร้างบนเสาไม้ สูงพ้นพื้นดินมากบ้างน้อยบ้าง หญิงทั้งหลายจึงได้รับความเดือดร้อนหลายคน การที่พรรณามานี้ดูเหมือนไม่จริง แต่การล้างชีวิตคนเช่นนี้ ได้มีจริงๆ”
(อ้างอิง)

ฝรั่งก็โง่เป็นเหมือนกัน ขืนเป็นจริง คงได้ตายหมดบ้านหมดเมืองกันไปแล้ว คิดดูเอาว่าวังหลังหนึ่ง ใช้เสาตั้งกี่ต้น ดูแล้วไอ้ที่พอจะน่าเชื่อน่าจะเป็นอันนี้มากกว่า

ตามตำราพระราชพิธีฝังหลุมพระนคร หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ตำราพระราชพิธีนครฐาน ฉบับโบราณก็มีอยู่หลายฉบับ ได้พรรณนาพิธีการตั้งแต่ต้นจนสุดท้ายอย่างละเอียดพิสดาร ก็ไม่มีตอนใดกล่าวถึงคนชื่อ อิน จัน มั่น คง หรือคนมีท้อง มีแต่ให้เอาดินจากทิศทั้ง ๔ มาปั้นเท่าผลมะตูม สมมุติว่าเป็นธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม มีคนถือก้อนดินคนละก้อน ยืนปากหลุมทั้ง ๔ ทิศ เมื่อทำพิธีมีโหรผู้ใหญ่ถามถึงก้อนดินแต่ละก้อนนั้นมีคุณประการใด ผู้ที่ถือก้อนดินก็ตอบไปตามลำดับคือธาตุดิน มีพระคุณจะทรงไว้ซึ่งอายุพระนครให้บริบูรณ์ ด้วยคามนิคมเป็นที่ประชุมประชาชนพลพาหนะ ตั้งแต่ประถมตราบเท่าอวสาน, คนถือธาตุน้ำตอบว่า มีพระคุณให้สมเด็จบรมกษัตริย์ แลเสนาอำมาตย์ราษฎรทั้งหลาย เจริญอายุวรรณะสุขะพละสิริสวัสดิมงคลทั้งปวง, คนที่ถือธาตุไฟตอบว่า มีพระคุณให้โยธาทหารทั้งปวงแกล้วกล้า มีตบะเดชะแก่หมู่ข้าศึก, คนที่ถือธาตุลมตอบว่า มีพระคุณจะให้เจริญสมบัติธนธัญญาหาร กสิกรรมวาณิชกรรมต่าง ๆ เมื่อกล่าวตอบครบแล้วก็ทิ้งก้อนดินนั้นลงในหลุม แล้วเชิญแผ่นศิลายันต์ลงในหลุม และเชิญหลักตั้งบนแผ่นศิลานั้น อัญเชิญเทวดาเข้าประจำรักษาหลักพระนคร
    พิธีสำคัญก็มีเพียงเท่านี้ ไม่มีการฝังคนทั้งเป็นแต่อย่างไรเลย
(อ้างอิง)

เรื่องพวกนี้ผมว่าคนไทยนิยมลือ ไอ้เรื่องดีๆ น่ะไม่มีลือ ไม่มีเล่าต่อหรอกครับ ลองเป็นเรื่องเลวๆ ยังกับไฟลามทุ่ง ยิ่งถ้าคนเล่าบอกว่า บอกแล้วเหยียบไว้เลยนะ ไม่เกินครึ่งชั่วโมง รู้กันทั้งทุ่ง เล่าไปเล่ามา มีโกรธคนไม่เชื่ออีกต่างหาก (มันท่าจะบ้า แค่ฟังเขามานะ) เรื่องที่สร้างความฉิบหายให้คนอื่น ยิ่งลือหนัก ล่าสุดก็ดูเรื่องข่าวระเบิดเอาแล้วกัน

เชื่อไม่เชื่อ มันก็สิทธิแต่ละคน อย่าเอาคำพูด “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” มาอ้างเพื่อไม่ต้องฟังเหตุผลความจริงกันเลยครับ

บลอกที่ WordPress.com .